[Fic] SPELLS : Ch.02

posted on 02 Aug 2015 11:56 by yunjaekick

Title: SPELLS

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae

Genre: AU, Period, Romantic, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

TALK : ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น

 

 

Ch. 2 ~ สายใย ~

 

 

            เมืองหลวงในยามนี้ ไม่มีความแตกต่างจากเมื่อสามปีที่แล้วมากนัก คงเพราะบ้านเมืองสงบสุขมายาวนาน จึงทำให้ท้องตลาดหรือตามตรอกซอกซอยปรากฏเสียงหัวเราะจากชาวบ้านไม่ขาดสาย สิ่งที่เปลี่ยนไปคงเป็นตัวเขาเองมากกว่าที่บัดนี้ตัวสูงใหญ่กว่าเมื่อก่อนนัก จำได้ว่าตอนออกเดินทางจากเมืองหลวงเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มตัวเล็กเมื่ออยู่บนหลังอาชา บัดนี้กลับงามสง่าและเป็นผู้ควบคุมฝีเท้าม้าได้เด็ดขาดยิ่งนัก

            ชองยุนโฮในวัยสิบแปดขวบ นับเป็นบุรุษชนชั้นสูงที่รูปงามหาใครเทียบเคียงได้ยากยิ่งผู้หนึ่ง ใบหน้าเรียวรีรูปไข่ประกอบกับดวงตารียาวทรงเสน่ห์ทว่าแฝงไว้ด้วยความทระนงช่างรับกับสันจมูกโด่งได้รูปราวสวรรค์ปั้นแต่งให้เข้ากับริมฝีปากหนาน่าเชยชมเหลือเกิน

            นายน้อยแห่งสกุลชองรับรู้ได้ถึงความหมายที่แฝงในดวงตาของเหล่าสตรีน้อยใหญ่ที่จ้องมองมา ขณะเขาควบอาชาย่างผ่านเพื่อตรงไปยังบ้านหลังใหญ่อันอบอุ่น รู้ดีว่าพวกนางปรารถนาจะอยู่ในสายตาของเขามากเพียงใด ทว่าเขาไม่อาจมีไมตรีตอบรับพวกนางเพราะในสายตาพยัคฆ์คู่นี้แลเห็นสิ่งที่สวยงามกว่าใครในแผ่นดินมากอยู่แล้ว

            ชองยุนโฮเบือนหน้าไปมองบุคคลที่อยู่ข้างกายพร้อมแย้มยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนให้แก่เจ้าของร่างเล็กที่เพลิดเพลินอยู่กับการขี่ม้าชมเมืองราวกับเด็กตัวน้อยเห็นของเล่นแปลก คิมจุนซู สหายจากแดนไกลซึ่งขอติดตามมาท่องเที่ยวเมืองหลวงด้วยผู้นี้ คือนิยามของความน่ารักสดใสที่ตรึงหัวใจนายน้อยตระกูลชองได้อยู่หมัด

            “เมืองหลวงคึกคักยิ่งนัก ท่านพาข้ามาเที่ยวตลาดอีกได้หรือไม่?” เสียงใสราวกับระฆังแก้วนั้นชุ่มฉ่ำหัวใจคนฟังยิ่งนัก แน่นอนว่าเจ้าของร่างสูงก็กระตือรือร้นที่จะเอาใจคนน่ารักแบบสุดตัวเช่นกัน

            “โชคดีของเจ้าเพราะคืนนี้เมืองหลวงจัดเทศกาลลอยโคมอันยิ่งใหญ่ ข้าจะพามาดูแล้วกัน”

            “ดีเหลือเกิน! เจ้าช่างเป็นสหายที่ดีสุดยอดไปเลย”

            การได้เป็นสหายรักของคิมจุนซูนับเป็นเกียรติมากเกินพอ แต่ถ้าเขาสามารถเปลี่ยนจากสหายรักมาเป็นคนรู้ใจได้ก็คงดีกว่านี้ไม่น้อย

            ใช้เวลาพูดคุยกันได้ไม่นานก็พบว่าขบวนเดินทางมาหยุดอยู่หน้าบ้านสกุลชองอันทรงเกียรติแล้วจริงๆ ชองยุนโฮแลเห็นแล้วว่าสีหน้าของบิดาปรากฏรอยยิ้มยินดีมากเพียงใดที่ได้หวนคืนบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง ท่านพ่อคงคิดถึงใครตั้งมากมายที่รอรับอยู่หลังประตูใหญ่บานนั้น แต่สำหรับเขารู้สึกแต่เพียงความเฉยชาและคิดว่าการจากไปก่อนหวนกลับคืนล้วนเป็นเพียงเรื่องปกติของชีวิตเท่านั้น หลังประตูคงมีเพียงท่านน้า เยจีและบรรดาบ่าวรับใช้ยืนรออย่างกระตือรือร้น จึงไม่มีสิ่งพิเศษใดให้อยากพบเจอและคาดหวังจะเจอ

 

            คล้ายลืมเลือนบางสิ่งบางอย่างไปสิ้น

 

            “เยจีกับแจจุงจะตัวสูงแค่ไหนแล้วนะ”

            ประโยคนั้นของบิดาทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายังมีใครอีกคนพำนักอยู่ในเขตรั้วสูงตระหง่านนี้ด้วย เป็นใครบางคนที่เขาไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากรับรู้ความเคลื่อนไหวทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มักได้ยินแต่เรื่องของเด็กคนนั้นจากท่านพ่ออยู่เสมอ การรู้ว่าคิมแจจุงยังอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนทั้งที่เขาเคยเตือนไว้แล้วว่าจงไปให้ไกลแสนไกล ยิ่งทำให้ชิงชังและไม่อยากก้าวเท้าผ่านบานประตูนี้แม้แต่น้อย

            “เคยได้ยินแต่ชื่อเยจี ท่านมีน้องชายชื่อแจจุงด้วยหรือ?” คิมจุนซูประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นท่านลุงมีรอยยิ้มอบอุ่นยามเอ่ยถึงบุคคลแปลกหน้าทั้งสอง ผิดกับชองยุนโฮที่แทบเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึงจนสังเกตได้ชัด

            “ข้ามีน้องสาวชื่อเยจีเพียงคนเดียว ส่วนอีกคน...แค่เด็กรับใช้ในบ้านเท่านั้น” ตอบกลับด้วยอารมณ์ขุ่นมัวก่อนควบอาชาตามหลังขบวนรถม้าของบิดาเข้าไปในบริเวณบ้านโดยไม่ชวนสหายคนงามสนทนาให้มากความอีก

            กิริยาเช่นนี้ส่งผลให้คุณชายจุนซูหลานชายเสนาบดีกลาโหมผู้เปี่ยมไหวพริบสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เนื่องจากชองยุนโฮที่เขารู้จักหาใช่บุรุษที่เอ่ยถึงบุคคลอื่นด้วยน้ำเสียงหรือแววตาเย็นชามากถึงเพียงนี้ นับได้ว่าเป็นด้านใหม่ๆ ที่ได้รับรู้และแน่นอนว่าเด็กที่ชื่อแจจุงย่อมกลายเป็นความสนใจอันดับต้นๆ ของคนตัวเล็กเช่นกัน อยากรู้เหลือเกินว่าเป็นเช่นใดกันหนอจึงสามารถทำให้นายน้อยสกุลชองเสียกิริยามากถึงเพียงนี้

            คิมจุนซูจึงไม่รอช้ารีบควบอาชาตามติดเข้าไปในบ้านอย่างตื่นเต้น ถึงกระนั้นยังไม่ลืมมองสำรวจอาณาบริเวณบ้านท่านใต้เท้าคนสำคัญแห่งราชวงศ์ให้ถี่ถ้วนตามอุปนิสัยส่วนตัว ก่อนพบว่าบ้านหลังนี้ไม่มีความแตกต่างจากบ้านของท่านลุงตัวเองมากนัก เนื่องจากทั้งกว้างขวางและอุดมไปด้วนสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยพักพิงอย่างเป็นสัดส่วน บรรยากาศก็ร่มรื่นอุดมด้วยต้นไม้ดอกไม้สมกับที่มีทั้งนายหญิงกับคุณหนูคอยดูแล สิ่งที่ผิดแผกกันอย่างชัดเจนคือความเรียบง่ายไม่มีพิธีรีตองมากมายสำหรับการต้อนรับนายใหญ่กลับบ้าน เนื่องจากมีเพียงบ่าวรับใช้ยืนต้อนรับทางด้านหลังและมีบุคคลที่การแต่งกายแปลกแยกอีกสองคนยืนอยู่ด้านหน้า หาได้มีแขกด้านนอกหรืองานเลี้ยงครึกครื้นให้เปลืองเวลาพักผ่อนไม่

            คุณชายจุนซูผู้เป็นแขกกวาดส่ายตามองไปยังทุกผู้คนที่กำลังแย้มยิ้มและส่งเสียงหัวเราะไปกับนายท่านยูมยอง แต่การไม่รู้ว่าใครเป็นใครทำให้ไม่อาจทราบได้เลยว่าเด็กที่ชื่อแจจุงยืนอยู่ตรงไหนหรือมีหน้าตาเช่นใด ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับชองยุนโฮที่กำลังถูกสองแม่ลูกล้อมหน้าล้อมหลังดีกว่า

            “นายน้อยคงจำเยจีไม่ได้ เพราะตอนนี้นางเติบใหญ่เป็นสาวงามแล้วใช่ไหม?” ได้ยินนายหญิง    ฮันบยอลโอ้อวดความงามของหลานสาวเป็นการใหญ่ ถึงกับทำให้จุนซูที่เดินเข้ามาเงียบๆ เผลอกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างลืมตัว

            ยอมรับว่าซอเยจีเป็นสาวงามสะพรั่งราวกับดอกบัวกลีบงามที่ล่อให้มวลภมรมาดอมดมสมชื่อ ทว่าก็แปลกที่กิริยาแย้มยิ้มอย่างเอียงอายทั้งพยายามเกาะติดท่านพี่รูปงามของนาง ทำให้แขกผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงพลังงานแอบแฝงได้ดีทีเดียว

            ชองยุนโฮคงรักเอ็นดูนางเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่ง แต่นางอาจไม่หยุดเพียงตำแหน่งน้องสาวเป็นแน่

            “หลานจะลืมน้องสาวแสนดีคนนี้ไปได้อย่างไร เพียงแค่แปลกใจที่มีน้องสาวงดงามถึงเพียงนี้มากกว่า” รู้ว่าถูกชมไปตามมารยาทแต่นางก็หัวเราะน้อยๆ ให้อย่างเขินอาย ซึ่งคิมจุนซูทนมองต่อไม่ไหวจริงๆ

            “ยุนโฮ ข้าอยากพักผ่อนเพราะคืนนี้ต้องไปเดินงานลอยโคมอีก” คนตัวเล็กรีบอ้อนสหายรักให้พาเข้าที่พักเสียที แน่นอนว่านอกจากแววตาอาทรของชองยุนโฮที่ตอบกลับมา ยังมีแววตาแฝงไปด้วยความริษยาและไม่พอใจจากสองแม่ลูกจนชัดเจน

            “เมื่อครู่ท่านพ่อได้แนะนำสหายของข้าไปแล้ว ดังนั้นจึงอยากให้ท่านน้ากับน้องหญิงดีต่อจุนซูตลอดเวลาที่พำนักอยู่ในบ้านแล้วกัน”

            “นายน้อยอย่ากังวลไปเลย สหายของท่านก็เหมือนลูกหลานน้าคนหนึ่งอยู่แล้ว”

            “คืนนี้ท่านพี่ไปเที่ยวงานเทศกาลหรือเจ้าคะ?” คนแม่ตกปากรับคำแบบไม่ใส่ใจมากนัก ด้านคนลูกก็เลือกไม่ทักทายก่อนเปลี่ยนไปเอ่ยถึงเรื่องกินเที่ยวคืนนี้แทน

 

            ร้ายจริงเชียว

 

            “หากน้องเยจีอยากไปด้วย เราก็ไม่ขัดข้องหรอก” การเป็นฝ่ายอนุญาตแทนคนตัวสูงของคิมจุนซู ทำให้พวกนางแทบเสียกิริยาไปเลยทีเดียว “ไปกันหลายคนสนุกดีนะยุนโฮ”

            “เจ้าว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้นเถิด”

            “อืม...แล้วเด็กที่ชื่อแจจุงอยู่ไหนเสียเล่า ข้าอยากชวนเขาไปเที่ยวด้วย”

            “ไม่ได้!” หาใช่ชองยุนโฮที่รีบแทรกขึ้นมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว หากแต่เป็นนายหญิงของบ้านที่เหมือนร้อนรนเพราะนามของเด็กคนนั้นเหลือเกิน “อ่ะ เอ่อ...คิมแจจุงเป็นเด็กไร้มารยาท หากพาไปด้วยเกรงจะทำให้หมดสนุกเปล่าๆ ดูอย่างวันนี้ยังไม่ยอมออกมาต้อนรับนายท่านกับนายน้อยด้วยซ้ำ”

            “อวดดีไม่เปลี่ยน” แค่ได้ยินชื่อก็หงุดหงิดรำคาญใจมากพอแล้ว ยิ่งได้ยินว่าคิมแจจุงไม่ยอมเสนอหน้ามายืนอยู่ตรงนี้ราวกับว่าเขาช่างต่ำต้อยไม่ควรคู่มาต้อนรับก็ทำให้ชองยุนโฮนึกรังเกียจสุดใจ “แยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนเถิด ส่วนเจ้าเด็กนั่นอย่าไปใส่ใจเพราะพาไปด้วยก็หมดสนุก”

            เมื่อเจ้าบ้านตัดบทสนทนาเช่นนั้นจึงไม่มีใครคิดค้านให้มากความอีก ดูเหมือนสองแม่ลูกมีสีหน้าระรื่นขึ้นมาทันทีที่นายน้อยแสดงออกว่าไม่ปรารถนาจะเห็นหน้าคิมแจจุงแม้แ