[Fic] SPELLS : Ch.01

posted on 05 Jul 2015 21:28 by yunjaekick

Title: SPELLS

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae

Genre: AU, Period, Romantic, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

TALK : ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น

 

 

Ch. 1 ~ พายุ จากลา เกลียดชัง ~

 

 

            ปลายปี 1399 เมืองชุงชอง ทางใต้เกิดภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โชชอน กระแสน้ำโหมพัดขึ้นฝั่งพร้อมกวาดทำลายบ้านเรือนไร่นาจนคร่าชีวิตบริสุทธิ์นับร้อยนับพันให้จมหายลงไปในพริบตา  ความเสียหายรุนแรงเสียจนไม่กล้าประเมิน ด้านขุนนางในวังหลวงล้วนทำงานหนักและวิ่งวุ่นกันแทบทั้งวันทั้งคืน เนื่องด้วย พระเจ้าแทจง ทรงเป็นกังวลต่อสถานการณ์ทั้งยังตรอมตรมพระทัยด้วยห่วงในชะตากรรมของราษฎรเป็นหนักหนา หลังจากพายุสงบพร้อมประเมินความเสียหายอย่างชัดเจน ความช่วยเหลือจากวังหลวงพร้อมเมืองใกล้เคียงล้วนกระจายลงไปช่วยบรรเทาทุกข์อย่างรวดเร็ว

 

            ทว่าชีวิตที่สูญเสียคงไม่อาจฟื้นคืน

 

            ในเวลานั้น เด็กชายแจจุง ตัวน้อยๆ วัย 8 ขวบ ไม่เข้าใจหรอกว่า ‘ความสูญเสีย’ สะกดอย่างไร รู้แค่เพียงภาพของท่านพ่อท่านแม่ที่จมหายไปกับสายน้ำแล้วมีเขาเหลือรอดแต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้เด็กน้อยนั่งร้องไห้ปานจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น ได้แต่คาดหวังว่าบนผิวน้ำที่ยังไม่เหือดแห้งจะปรากฏเงาร่างของบิดามารดาโผล่ขึ้นมารับเขาไปอยู่ด้วย ทว่าวันแล้ววันเล่าจนเมื่อความช่วยเหลือมาถึงคิมแจจุงกลับค้นพบแล้วว่าเป็นคนเดียวในครอบครัวที่รอดชีวิต

 

            ให้เขารอดทำไม?

 

            “ไปอยู่กับลุงนะหลานรัก” ยาม ท่านลุงแดอึน เห็นหน้าเขา ยามท่านลุงได้เห็นสภาพมอมแมมซูบผอมอันน่าเวทนา ขณะนั้นญาติเพียงคนเดียวได้โอบกอดเขาไว้พร้อมร่วมหลั่งน้ำตาแสดงความเจ็บปวดไปพร้อมกัน ท่านลุงไม่ลังเลที่จะพาแจจุงตัวน้อยตามติดไปยังเมืองหลวง แถมยังบอกว่าเจ้านายของท่านเป็นบุรุษผู้มากด้วยคุณธรรมสูงส่ง มียศถาบรรดาศักดิ์เป็นข้าราชการระดับสูงทั้งยังเป็นพระญาติกับ            องค์รัชทายาทตัวน้อยอีกด้วย

            “ท่านลุง...แจจุงกลัว” การเข้าไปอยู่ในบ้านของคนแปลกหน้าทั้งยังมียศศักดิ์สูงส่งถึงเพียงนี้ ไม่ง่ายเลยที่จะมีความสุขและถูกยอมรับ

            “ไม่ต้องกังวลหรอกหลานรัก เจ้ามีลุงอยู่ทั้งคนส่วนนายท่านกับนายหญิงจะต้องรักเจ้า ลุงมั่นใจ” ท่านให้คำมั่นสัญญาว่านายท่านจะไม่รังเกียจและเต็มใจโอบอุ้มลูกนกบอบช้ำตัวนี้ไว้เลี้ยงดูในบ้าน อีกทั้งยังบอกให้วางใจด้วยว่าชีวิตนับจากนี้ไปของคิมแจจุงจะพบเจอแต่ความสุขชั่วชีวิต นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาไม่ลังเลก้าวเท้าผ่านเข้าประตูบ้านอันกว้างใหญ่งดงามราวกับฝันหลังนั้นเลย

 

            บ้านตระกูลชอง

 

            ยอมรับว่าในก้าวแรกที่เข้ามาอยู่ในบริเวณปกครองของตระกูลชองแห่งนี้ คิมแจจุงไม่กังขาต่อสิ่งที่ท่านลุงบอกไว้ก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย เนื่องด้วย ใต้เท้าชองยูมยอง นายใหญ่แห่งบ้านช่างเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและให้ความกรุณาแก่หลานของหัวหน้าพ่อบ้านมากเหลือเกิน แม้มีตำแหน่งใหญ่สุดในฝ่ายหน้า ดูแลความเรียบร้อยให้แก่พระคลังของอาณาจักรแห่งนี้ อีกทั้งพระราชาให้ความไว้วางพระทัยประกอบความยำเกรงในระดับที่เหนือกว่าข้าราชการคนอื่นนัก ทว่านายท่านกลับปฏิบัติต่อเด็กกำพร้าไร้ค่าอย่างอบอุ่น ท่านให้โอกาสเขาได้เรียนหนังสือมีความรู้ประดับตัวทั้งไม่ต้องอยู่ทำงานบ้านเหมือนเด็กรับใช้ทั่วไปเนื่องจากนายหญิงเองก็รักเอ็นดูเจ้าเด็กชายตัวขาวแก้มแดงมากเสียจนปรารถนาให้อยู่เป็นเพื่อนเคียงกายตลอดเวลา สุดท้ายสองเจ้านายจึงมอบหมายหน้าที่ให้คิมแจจุงซึ่งเป็นงานสำคัญแถมยังทำให้คนที่ปริมาณความสุขไต่ระดับมากขึ้นเรื่อยๆ คนนี้ต้องตกลงนรกในชั่วพริบตาเลยทีเดียว

 

            เพื่อนเล่นให้นายน้อยแห่งบ้านสกุลชอง

            เรื่องราวแย่ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

 

            เรียกว่าแย่ยังฟังดูดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ เพราะแม้คิมแจจุงไม่เคยเกี่ยงงานหนักและเต็มใจทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณของคนสกุลนี้มากแค่ไหน ทว่าเรื่องนี้จะเดินไปในทางที่ดีหรือร้ายย่อมขึ้นอยู่กับนายน้อยเพียงหนึ่งเดียวของบ้านเท่านั้น

 

            นายน้อยเกลียดเขา

           

            “เด็กชายที่หน้าตาเหมือนผู้หญิงเช่นเจ้า สมควรเรียกว่าปีศาจสินะ”

            ในความเกลียดแฝงไว้ด้วยความรังเกียจอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ชองยุนโฮ ที่อายุมากกว่าสามปีมักจ้องมองเขาด้วยสายตาเปี่ยมอคติ บ่อยครั้งชอบพูดจาหาเรื่องหรือแม้แต่แกล้งแรงๆ ให้หลั่งน้ำตาอยู่เสมอ นายน้อยบอกว่าเขาเป็นปีศาจเจ้าเล่ห์ แปลกที่เด็กน้อยไร้เดียงสาถูกเด็กชายสูงศักดิ์วางมาดพร้อมตะโกนด่าว่ามาแย่งความรักความเอ็นดูจากท่านพ่อท่านแม่ไปเสียหมด แปลกที่เด็กกำพร้าไร้ค่าเช่น        คิมแจจุงถูกนายน้อยริษยาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องถึงเพียงนี้

            “ไปให้ไกลจากข้า!”

            “แต่นายท่านสั่งให้ข้าคอยรับใช้นายน้อย”

            “ข้าเกลียดเจ้า ไม่อยากเห็นหน้าเจ้าแม้สักวันเดียว...ไปให้พ้น!”

            แต่คิมแจจุงกัดฟันยอมทน ต่อให้นายน้อยถูกความเกลียดสุมอกจนอยากบีบคอเขาให้ตายในสักวันหนึ่งก็จะไม่ขัดขืน พร้อมเต็มใจให้นายน้อยได้สมหวังเพราะชีวิตเขากลายเป็นหนี้บุญคุณของตระกูลนี้ไปเสียแล้ว หากสิ่งใดเป็นการตอบแทนพระคุณก็เต็มใจลงมือปฏิบัติ กระทั่งชีวิตก็ยกให้ได้

 

            ชีวิตไม่มีค่าอะไรให้หวงแหน

 

            “ท่านพ่อท่านแม่โดนปีศาจเล่นงานเข้าแล้วแน่ๆ”

            พอคิมแจจุงเข้ามาอยู่ในปกครองของนายท่านได้ไม่ถึงสิบสองเดือน นายหญิงแฮรยู ผู้งดงามทั้งเปี่ยมเมตตาหาใครเทียมก็ล้มป่วยจนสิ้นลมในเช้าวันหนึ่งกลางฤดูร้อน ความโศกเศร้าปกคลุมสถานที่อันมีแต่เสียงหัวเราะแห่งนี้อย่างยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุด แน่นอนว่าในสายตาของนายน้อยนี่คือความผิดของเขา นายน้อยบอกว่าหากไม่มีปีศาจน่ารังเกียจเข้ามาอยู่ในบ้าน นายหญิงต้องไม่ป่วยไม่สิ้นลมแล้วจากไปชั่วนิรันดร์ เขารู้ว่านายน้อยเสียใจจึงพูดออกไปเช่นนั้นและคงเพราะเขาก็เจ็บปวดไม่ต่างกันจึงไม่ได้ปฏิเสธปล่อยให้นายน้อยประณามจนพอใจ

            “เจ้าทำให้คนทั้งเมืองไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่จมอยู่ใต้น้ำยังทำให้ท่านแม่ของข้าจากไปอีก...ปีศาจ ข้ารังเกียจเจ้านัก!”

            โชคยังดีที่นายท่านไม่ได้พาลโกรธเกลียดเขาเพราะคำก่นด่าของนายน้อยไปด้วย ท่านยังคงเมตตาอีกทั้งทวีความสงสารเอ็นดูในตัวเขามากขึ้นไปอีก คิมแจจุงรู้ดีว่านายท่านคิดถึงนายหญิงมากแค่ไหน ไม่ต่างกับตัวเขาที่ปวดใจทุกครั้งยามนึกถึงใบหน้าของนาง พลันความรู้สึกหวาดกลัวการสูญเสียก็หวนมาเยือนอีกครา เขาสูญเสียบิดามารดาไปโดยไม่ทันตั้งตัวหลังจากนั้นก็สูญเสียผู้ที่เป็นดั่งมารดาคนที่สองไปในเวลารวดเร็ว หากนายท่านกับท่านลุงมาด่วนเป็นอะไรไปอีกแล้วเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร

 

            นายน้อยคงไม่เลี้ยงเขาไว้แน่

 

            สุดท้ายความกลัวยังไม่สัมฤทธิ์ผลออกมาจริงๆ เพราะหลังจากสูญเสียนายหญิงไปเป็นเวลาถึงสองปีเต็ม ความเศร้าโศกในใจของนายท่านชองก็ถูกบรรเทาลงด้วยสตรีนางหนึ่ง นางซึ่งเข้ามาเป็นอนุภรรยาและมีศักดิ์เป็นนายหญิงคนใหม่ของบ้านปรากฏกายขึ้นพร้อมกับใบหน้างดงามเย้ายวน แม้วัยไม่ได้เป็นสาวน้อยแรกรุ่นทว่าความทรงเสน่ห์ของนางสามารถฆ่าคนได้ดีนัก

            ซอฮันบยอล เข้ามาทำให้ชะตาชีวิตของคิมแจจุงย่ำแย่ลงไปอีก เพราะแม้ต่อหน้านายท่านนางแสดงออกว่ารักเอ็นดูเขามากเพียงใดแต่พอลับหลังนางกลับเผยธาตุแท้ว่าอยู่ฝ่ายนายน้อยพร้อมตั้งท่ารังเกียจต่อว่าถากถางให้ช้ำใจอยู่เสมอ คงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้นายน้อยยอมรับนางในฐานะนายหญิงออกงานสังคมกับบิดา แม้ในฐานะมารดาจะไม่ยอมรับใครขึ้นมาแทนที่ชองแฮรยูก็ตาม

            ความโหดร้ายในชีวิตเด็กตัวน้อยๆ ที่ไม่คิดสู้รบปรบมือกับใครให้เกินกำลังยังไม่รุนแรงถึงขีดสุดเพียงเพราะเรื่องเหล่านี้หรอก สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคงเป็นเหตุการณ์หลังจากที่นายหญิงคนใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านมากกว่า ไม่เกินสามวันนายท่านชองก็มีบุตรสาวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน นางหาใช่ธิดาที่สืบสายเลือดจากตระกูลชองเนื่องด้วยนางเป็นหลานสาวของนายหญิงฮันบยอลจึงได้รับความรักเอ็นดูจากนายท่านไม่ต่างจากธิดาแท้ๆ ด้านนายน้อยก็มอบไมตรีให้นางอย่างเต็มเปี่ยมคงเพราะ ซอเยจี มีใบหน้าที่ให้มองอย่างไรก็น่ารักน่าฟัดไปเสียหมด คาดว่าพอเติบใหญ่นางต้องกลายเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแน่ๆ

            คิมแจจุงไม่เคยริษยานาง ขอเพียงแค่ต่างคนต่างอยู่ก็พอใจมากแล้ว ทว่าเรื่องราวไม่ง่ายดังวาดฝันเมื่อพี่ชายกับน้องสาวต่างร่วมมือกันกลั่นแกล้งเขาทุกวี่วัน ยิ่งนางแสดงออกว่าเกลียดเจ้าของใบหน้าที่นายท่านมักบอกว่าเหมือนตุ๊กตาปีศาจมากเพียงใด ชองยุนโฮก็ให้ความสนิทสนมและยอมรับนางมากขึ้นเท่านั้น

            “คิมแจจุงเป็นบ่าวผู้ซื่อสัตย์ของพี่ หากเจ้าต้องการรังแก พี่อนุญาตเสมอ”

            “แต่แจจุงต้องเอาไปฟ้องท่านพ่อแน่ๆ เจ้าค่ะ”

            “หากทนไม่ไหวก็ไสหัวไปจากบ้านนี้ซะ อย่าทำเป็นอ่อนแอหน่อยเลย”

            ถือเป็นสี่ปีที่แสนทรมาน สุดท้ายคิมแจจุงก็ปรากฏความเบาใจขึ้นมาได้บ้างเมื่อทราบข่าวว่านายท่านมีราชการต่างเมือง คราวนี้คงใช้เวลาเดินทางและพำนักอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเขาไม่อาลัยหรืออกตัญญูต่อนายท่านจนดีใจมากมายถึงเพียงนี้ เหตุผลที่ทำให้เขายิ้มได้ในช่วงหลายวันก่อนเดินทางคงเพราะการเดินทางครั้งนี้นายท่านได้พานายน้อยตัวแสบติดตามไปด้วยนั่นเอง

            ชองยุนโฮในวัยสิบห้าเป็นผู้ใหญ่มากพอต่อการศึกษางานของบิดาและพร้อมสืบทอดตำแหน่งสำคัญในราชสำนักที่ตระกูลชองกุมอำนาจมาหลายชั่วอายุคน นั่นหมายความว่าคิมแจจุงจะเป็นอิสระจากการกลั่นแกล้งของนายน้อยหลายปีเลยทีเดียว ส่วนนายหญิงคนใหม่กับคุณหนูตัวร้ายคงไม่ต้องกังวลมากนัก เนื่องจากนายท่านได้กำชับไว้แล้วว่าปรารถนาจะหวนคืนสู่บ้านอันอบอุ่นพร้อมเห็นว่าเด็กชายแจจุงเติบใหญ่ขึ้นอย่างปลอดภัย เป็นเหตุผลมากพอจะทำให้นายหญิงออยู่ให้ห่างเขาไว้ ส่วนคุณหนูเยจีพอไม่มีพี่ชายคอยชักนำก็ไม่กล้าหาเรื่องเขาก่อนเช่นกัน

 

            จากนี้คงยิ้มได้บ้าง

 

            “พ่อหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะทำให้เจ้าเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้างนะยุนโฮ”

            “ลูกสัญญาจะเป็นผู้ใหญ่รู้คิดและลูกคงมีความสุขต่อการไม่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับคิมแจจุง”

            แม้ในยามจากลา ยามที่คิมแจจุงกับท่านลุงน้อมส่งสองพ่อลูกผู้มีพระคุณไปจนลับสายตา แม้ต้องจากกันไปไกลแสนไกลทว่านายน้อยก็ยังฝากรอยแผลไว้ในใจบอบช้ำไม่เสื่อมคลาย

            “หวังว่ายามข้าหวนคืนคงไม่เห็นหน้าเจ้าอีก...เจ้ากาฝาก

            นายน้อยไม่ก่นด่าเขาว่าเป็นปีศาจอีกต่อไปแล้ว ทว่าสรรพนามใหม่นั้นช่างกรีดใจอันบอบช้ำให้เปี่ยมบาดแผลมากขึ้นกว่าเดิม

 

            ราวกับต้องการให้จดจำ

            ฝั่งลึก

            ไม่รู้ลืม...

 

spells

 

เด็กน้อยถูกความชิงชังจากเด็กชายคนหนึ่งพันเกี่ยวรัดรึงไว้อย่างแสนทรมาน

หลีกหนีไม่ได้ ต้านทานไม่ไหวจนเกือบล้มลงหลายครั้งหลายครา

เด็กน้อยได้แต่ก้มหน้าร้องไห้พร้อมแบกรับความเกลียดชังที่ไม่ได้ก่อนั้นไว้เพราะจำยอม

ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเด็กชายผู้นั้น

ไม่กล้าแม้อยากรู้เหลือเกินว่าอีกนานเท่าใดกันหนอ

ความเกลียดจะถูกทุเลาด้วยความอาทร

 

spells

waiting for more

 

 

TALK

: ยจค. กลับมาพร้อมแนวพีเรียดอีกแล้วสิน่า ความจริงเขียนพล็อตไว้เป็นฟิคปัจจุบันแหละ แต่เขียนไม่ออกเลย พอเป็นพีเรียดปุ๊บ โอโหวววว ไหลลื่นปรู้ดปร้าดเลยค่ะ ( ฟิคหรืออะไร? )

: จั่วหัวไว้ว่าเป็นแนวโรแมนติก ไม่มีดราม่า คือตั้งใจไว้แบบนี้แหละ ถึงแม้ตอนแรกกลิ่นดราม่าจะคละคลุ้งก็ตาม ^^”

: อยากเขียนฟิคปกติ ไม่มหากาพย์บ้าเลือดบ้างเท่านั้นเอง ><b

 

#spells #ฟิคเวทมนต์ #นายน้อยชอง

 

@YunJaeKick

2015

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet