[Fic] Amour : Amour XLV (45)

posted on 21 Feb 2015 17:35 by yunjaekick

Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

 

 

Amour XLV

 

 

                ซออุล

                ปลายฤดูใบไม้ร่วง

               

                แคว้นที่เปี่ยมด้วยความงามแบบน่าเกรงขามยังไม่มีสิ่งใดแปดเปื้อนหรือทำให้เปลี่ยนแปลง คงมีก็แต่กิ่งก้านของต้นไม้ที่ไร้ใบแห้งประดับอยู่เพราะพากันปลิดขั้วร่วงหล่นไปเสียหมด ในด้านอากาศก็เย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าวหรือแห้งแล้งเท่ากับต้นฤดู ความจริงบรรยากาศเช่นนี้ควรทำให้ใครหลายคนอารมณ์ปลอดโปร่งและใจสงบได้อย่างมาก ทว่าคงไม่ใช่กับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นอย่างแน่นอน

                ชองยุนโฮผู้ไม่เคยขัดหูขัดตาต่อธรรมชาติ บัดนี้กลับเดินไปโผล่ตำหนักนั้นทีไปโผล่ยังอุทยานโน้นทีราวกับคนอยู่ไม่สุข แม้ถูกความรักจากชอลลา     ขัดเกลาให้มีความอ่อนโยนลงมาก ทว่าเมื่อไร้เงาหงส์งามประทับอยู่เคียงข้าง ไฟโทสะก็พร้อมปะทุหากพบเจอเรื่องไม่ถูกใจได้เสมอ แน่นอนว่าหนึ่งในเรื่องที่จุดชนวนคุกรุ่นได้มากคงหนีไม่พ้นฤดูกาลที่กำลังจะผันผ่านไปอีกครั้งนั่นเอง

                การที่ใบไม้ร่วงหล่นและดอกไม้ไม่ผลิบานขึ้นมา แสดงให้เห็นว่าอีกไม่กี่เดือนฤดูหนาวจะหมุนเวียนเข้ามาปกคลุมผืนแผ่นดินนี้ไว้ อากาศที่เย็นสบายจะแปรเปลี่ยนมาเป็นหนาวเหน็บเข้ากระดูกโดยเฉพาะหิมะซึ่งก่อตัวเป็นชั้นหนาทำให้เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ของการสัญจรระหว่างสองแคว้น เท่ากับว่าหากซออุลส่งใบสู่ขอไปถึงชอลลาช้าจนล่วงเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วจริงๆ ขบวนเดินทางของว่าที่พระชายาก็คงมีความล่าช้าเนื่องจากเผชิญความลำบากของการเดินทางท่ามกลางหิมะเข้าไปอีก

 

                ไม่ได้เด็ดขาด!

                เขาทนรอไม่ไหวอีกต่อไป

 

                เมื่อความอดทนใกล้ถึงขีดจำกัดจนอาจระเบิดเป็นจุลจึงส่งผลให้  มังกรหนุ่มก้าวช่วงขายาวตรงไปยังพระตำหนักคยองกุนอันเป็นที่ทรงงานของพระบิดาโดยไม่รอช้า เวลานี้เจ้าแผ่นดินคงกำลังง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาแก่    ราษฏรจนหลงลืมปัญหาหัวใจของพระโอรส การมาเยือนของเขาในครั้งนี้จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่รอคอยอย่างใจเย็นและอ่อนข้อให้พระบิดาอีกต่อไป

                “องค์รัชทายาทเสด็จพะย่ะค่ะ!” สิ้นเสียงกราบทูลจากท่านราชเลขาตรงหน้าม่านประตู ชองยุนโฮก็แทบพุ่งเข้าไปหาพระราชาราวหาเรื่องคุกคามก็ไม่ปาน ยิ่งพระบิดาทรงวางท่านิ่งเฉยทว่าแย้มยิ้มคล้ายทรงทราบล่วงหน้าว่าพระโอรสจะมาเยือนก็ทำให้ใจคนมองหงุดหงิดได้ง่าย

                “เสด็จพ่อยังเขียนใบสู่ขอให้ลูกไม่เสร็จอีกหรือ?”

                รวดเร็ว ชัดเจนและตรงประเด็นสำหรับการเข้าเฝ้าเจ้าแผ่นดินในครั้งนี้ ขณะน้ำเสียงรวมถึงสีพระพักตร์ของรัชทายาทหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทว่าฝ่ายพระเจ้ายุนจงกลับมีทีท่าสบายพระทัยไม่ต่างจากเดิมเอาเสียเลย

                “เอ้อ...จริงสิ ช่วงนี้พ่อยุ่งๆ นี่นะ”

                “โธ่...แจจุงให้เวลาลูกแค่หนึ่งเดือนพะย่ะค่ะ”

                พระเจ้ายุนจงแทบหลุดเสียงหัวเราะออกมาทันทีที่ทอดพระเนตรเห็นกิริยาร้อนรนเพราะกลัวยอดดวงใจโกรธจนหนีไปแต่งกับชายอื่นของรัชทายาท แม้มังกรหนุ่มไม่อาจรู้ตัวว่าแสดงกิริยาเช่นใดออกไป ทว่าสำหรับพระองค์แล้วช่างเป็นภาพหาดูได้ยากเหลือเกิน

 

                รัชทายาทแห่งซออุลโดนพิษรักเล่นงาน

 

                “ช่วงก่อนตำหนักใหม่ของพระชายายังสร้างไม่เสร็จ เจ้าจะให้พ่อรีบเขียนใบสู่ขอได้อย่างไร หากองค์ชายแจจุงเสด็จมาถึงแต่ไร้ที่พำนัก พ่อก็เสียหน้าแย่สิ”

                “ตำหนักไม่เสร็จก็ให้นอนที่ตำหนักชุงกุนของลูกก่อนสิ” ก่อนหน้านี้ก็นอนอยู่บนเตียงเดียวกันแทบทุกคืนจึงไม่เห็นแปลกอะไร ความจริงพระบิดาไม่ต้องกังวลต่อเรื่องไม่เป็นเรื่องจนทำให้ใจเขาร้อนเป็นไฟเพราะการรอคอยเช่นนี้ก็ได้

                “รัชทายาทรู้ดีว่าหากทำเช่นนั้นจะผิดประเพณีของการอภิเษก”

                “อย่างไรก็เถิด ตอนนี้ตำหนักพระชายาสร้างเสร็จแล้ว ดังนั้นลูกจะนั่งรอให้เสด็จพ่อเขียนใบสู่ขอตรงนี้เลย”

                “โอ้โฮ...พระราชาโดนรัชทายาทข่มขู่เชียวหรือนี่?” สุดท้ายพระเจ้า   ยุนจงต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่ แสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่ได้เกรงกลัวหรือมีโทสะต่อการคุกคามอันไม่จริงจังของรัชทายาทแม้แต่น้อย “ความจริงพ่อเขียนเสร็จตั้งนานแล้ว”

                “เสด็จพ่อ!” มังกรหนุ่มแทบล้มทั้งยืนขณะเห็นพระบิดาหยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งที่ปรากฏรอยหมึกชั้นเลิศเรียงตัวสวยอยู่บนนั้นออกมา

 

                พระบิดาไปติดนิสัยชอบแกล้งมาจากใคร?

 

                “พ่อรอให้ตำหนักพระชายาสร้างเสร็จก่อนค่อยมอบให้ แต่รัชทายาทกลับใจร้อนเกินกว่าที่คาดคิดไว้นัก”

                “เหตุใดจึงมีที่ว่างปรากฏในใบสู่ขอนี้พะย่ะค่ะ?” มังกรหนุ่มรับเอากระดาษที่เปี่ยมความหมายต่อชีวิตนั้นมาอ่านทบทวนอย่างแสนยินดี ทว่าต้องเผชิญกับความสงสัยที่มีต่อช่องว่างกลางกระดาษเหลือเกิน

                “พ่อเว้นให้เจ้าเขียนความในใจลงไป หลังจากนั้นจึงจะลงนามตรงส่วนท้ายของใบสู่ขอนี้”

                “แต่เสด็จพ่อ...” ช่างเป็นกระแสรับสั่งที่นำพามาซึ่งความหนักใจจากนักรบผู้เจนสนามศึกยิ่งนัก “ลูกไม่เคยเขียนอะไรหวานเลี่ยนให้คนตั้งมากมายอ่านมาก่อน”

                ปกติคำหวานหูหรือสัมผัสอ่อนโยนทั้งหลายที่เขาปฏิบัติก็มีเพียงคิมแจจุงได้เห็นและได้รับแต่เพียงผู้เดียว ทว่าสิ่งที่พระบิดาปรารถนาไม่ต่างจากการให้เขาเขียนจดหมายรักโดยมีคนทั้งราชสำนักชอลลาร่วมฟังไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงไม่ใจกล้ามากพอจะเขียนลงไปได้หรอก

                “พ่อไม่ต้องการให้รัชทายาทเขียนประโยคหวานเลี่ยนเสียหน่อย สิ่งที่ให้เจ้าทำก็คล้ายกับการเขียนจดหมายหาคนรักต่างหาก” แน่นอนว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนและพระราชาทรงเชื่อมั่นในตัวรัชทายาทของพระองค์ว่าสามารถทำได้ “ระหว่างเขียนให้คิดถึงแต่ใบหน้าของพระคู่หมั้นก็พอ”

                คำแนะนำสุดท้ายของพระบิดาจึงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของมังกรหนุ่มตลอดทั้งคืน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถข่มดวงเนตรให้เข้าสู่นิทราได้อย่างสบายเช่นไร เพราะหากเขาไม่รีบจรดปลายพู่กันเพื่อต่อเติมช่องว่างที่พระบิดาเว้นไว้ด้วยประโยคงดงามจับใจภายคืนนี้ พระบิดาก็ไม่ลงพระนามในส่วนท้ายก่อนมอบให้เป็นหน้าที่ราชทูตดำเนินการต่อ

 

                คิมแจจุงคงรอคอยอย่างกระวนกระวาย

 

                พอคิดถึงดวงพักตร์งดงามที่อาจกำลังหลั่งน้ำตาเพราะการรอคอยอย่างทรมานก็ทำให้มังกรหนุ่มยิ่งนั่งไม่ติดพื้น พระวรกายงามสง่าลุกออกจากที่ประทับพร้อมดำเนินไปทางซ้ายทีทางขวาทีอย่างพยายามรวบรวมความคิดทั้งหมดมาไว้ในสถานที่แห่งนี้ ทว่ายิ่งก้าวเท้ามากเท่าใดความไม่สงบก็ยิ่ง      บั่นทอนให้พระทัยร้อนรนแล้วแล่นขึ้นไปทำลายสมองจนตีบตันไปหมด

 

                กึก!

 

                พระบาทหนักแน่นหยุดดำเนินตรงกลางหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเปิดรับลมราตรีอย่างเต็มที่ เสียงแมลงยามค่ำคืนดังอยู่ในอุทยานนอกพระตำหนักและมังกรหนุ่มก็รู้สึกเพลิดเพลินไปกับเสียงที่เคยนึกรำคาญเหล่านี้มากกว่าคืนไหนๆ แสงจันทร์นวลผ่องสาดกระทบดวงพักตร์ราวรูปสลักแห่งสวรรค์จนเผลอจ้องมองอย่างชื่นชมไม่ได้

                บางคราวบนดวงจันทร์กลมๆ ก็ปรากฏใบหน้าของคนที่แสนคุ้นตาคุ้นใจแฝงอยู่ในนั้น และเมื่อสายลมแรกแห่งคำคืนพัดผ่านต้องผิวหน้าเพื่อมอบความเย็นสบายให้จนรู้สึกผ่อนคลายลงมากแล้ว บนริมฝีปากหยักลึกก็ยกยิ้มออกมาได้อีกครา

 

                เขียนจดหมายถึงคิมแจจุง

                ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป  

 

Amour

 

                ยังคงเป็นวันหนึ่งในปลายฤดูใบไม้ร่วง

 

                วังหลวงชอลลาปรากฏความครึกครื้นขึ้นทันตา หลังจากการรอคอยอันเงียบเหงาสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าและเสียงคุยโหวกเหวกไ