[Fic] Amour : Amour XLIV (44)

posted on 15 Feb 2015 13:39 by yunjaekick directory Fiction

Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

 

 

Amour XLIV

 

 

เป็นเช้าที่อากาศดีอีกวันของฤดูกาลก็ว่าได้ และวันนี้นายท่านกับนายหญิงแห่งบ้านสกุลปาร์กก็กระตือรือร้นในการตื่นเช้ากว่าปกติโดยไร้ความง่วงงุนให้เห็น แต่ก็ยังไม่ทันบรรดาบ่าวรับใช้ที่ล้วนพร้อมใจกันตื่นนอนก่อนเจ้านายเสียอีก คงเนื่องมาจากพวกเขาถูกปลุกด้วยเสียงเจื้อยแจ้วที่เมื่อคืนกว่าจะเงียบลงได้ก็ดึกแสนดึก พอเช้าก็ดังขึ้นอีกตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าเต็มดวงเลยด้วยซ้ำ ทว่าพวกเขาก็เต็มใจลืมตาขึ้นรับรอยยิ้มแรกของวันที่แม้หนวกหูไปบ้างแต่ก็น่าฟังและดีกว่าไม่มีให้ฟังนั่นเอง

นายหญิงของบ้านยืนมองภาพที่มีบ่าวรับใช้ยกน้ำชาและของว่างยามเช้าหายเข้าไปในห้องโถงใหญ่อันเป็นที่ประทับของหงส์งาม องค์ชายน้อยและบุตรชายคนเล็กของนาง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มและเป็นสุขกันอย่างถ้วนทั่ว เดิมทีแค่มีความสดใสของคุณชายน้อยพวกเขาก็ได้หัวเราะตลอดทั้งวันอยู่แล้ว ยิ่งมิอีกสองตัวป่วนมาร่วมด้วยก็ทำให้ค้นพบว่าความสุขยังสามารถพุ่งสูงได้อีก

คล้อยหลังบ่าวรับใช้ไปแล้วจึงปรากฏภาพของผู้ส่งสาส์นจากแดนไกลคนหนึ่งที่นายท่านปาร์กอนุญาตให้เข้าเฝ้าองค์ชายรองทันทีที่แสดงจุดประสงค์ของการมาเยือนให้ทราบ หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีดังออกมาจากหลังม่านประตูนั้นอีกระรอกใหญ่ จนผุ้เป็นเจ้าของบ้านต้องส่ายศีรษะเพราะความเอ็นดูอย่างต่อเนื่อง

นางหันไปยิ้มให้แก่สามีก่อนพากันเดินจากไปเพื่อเตรียมการบางอย่างในโถงรับแขกอันรโหฐานของบ้าน โดยปล่อยให้นางฟ้าน้อยๆ ทั้งสามใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้เต็มที่ก่อนแยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน ซึ่งคงอีกนานเช่นกันที่บ้านสกุลปาร์กจะได้มีโอกาสใช้เป็นที่รวมตัวของเหล่าคนงามเช่นตอนนี้อีก

ผ่านหลังม่านประตูบานใหญ่นั้นเข้าไป ปรากฏภาพของคนตัวเล็กทั้งสามซึ่งมีความสำคัญต่อหัวใจของแผ่นดินอย่างยิ่งยวด พวกเขากำลังล้อมวงสุมหัวอยู่บนโต๊ะน้ำชาที่มีกระดาษแผ่นหนึ่งกางอยู่ กระดาษเปี่ยมความหมายที่ผู้ส่งสาส์นนำมาถวายถึงมืออย่างปลอดภัย

 

จดหมายจากอันซาง

 

“จดหมายจากซองจุงกิ!” น้ำเสียงหวานใสดังประสานกันอย่างพร้อมเพรียง แสดงออกถึงความตื่นเต้นยินดีต่อการมาเยือนของจดหมายจากแดนไกลฉบับนี้เหลือเกิน ในใจยิ่งบังเกิดความคิดถึงอย่างสุดแสนที่ในช่วงเวลาความสุขนี้กลับไร้เงาซองจุงกิรวมอยู่ด้วย ดังนั้นการได้รับข่าวจากสหายรักที่ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าต่อๆ กันมาแต่เป็นการได้อ่านลายมือของเจ้าตัวด้วยสายตา จึงทำให้พวกเขาอยากตะโกนร้องเสียให้บ้านพังลงมาเลย

“รีบอ่านเร็วเข้า” คิมแจจุงคะยั้นคะยอให้องค์ชายน้อยซึ่งถือเป็นสหายรักยาวนานกับเจ้าของลายมือรับหน้าที่เป็นผู้อ่านสาส์นโดยเร็ว แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็เต็มใจทำหน้าที่โดยไม่ขัดข้องเช่นกัน

พระหัตถ์เรียวเล็กหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมากางอ่าน พร้อมกับที่เสียงเจื้อยแจ้วตั้งแต่เช้าตรู่พลันเงียบกริบลงไปทันตา พวกเขาล้วนมีใจจดจ่ออยู่กับเนื้อความสำคัญราวกับไม่อยากพลาดแม้สักคำเดียว

.

.

.

‘ถึง สหายรักของข้า

 

ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงแต่คิมจุนซูเท่านั้น และข้าเชื่อว่าเจ้าอีกสองคนก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่เช่นกัน 

น่าเสียดายที่เราทั้งสี่กว่าจะรู้ใจตัวเองและเห็นถึงมิตรภาพก็เมื่อวันที่ต้องจากกันไกลแสนไกล  หากแต่ข้าเชื่อเหลือเกินว่าในไม่ช้าพวกเราทั้งหมดคงได้หวนคืนมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

 

ข้าเฝ้ารอวันนั้นอย่างใจจดจ่อ

 

แน่นอนว่าข้าไม่ได้เขียนจดหมายมาเพื่อตัดพ้อต่อโชคชะตาเหล่านั้น ทว่าสิ่งที่ข้าอยากบอกคือเรื่องสำคัญที่พวกเจ้าคงรอฟังจากปากของข้าแม้ได้ทราบจากคนอื่นแล้วก็คาม

เพื่อนเอ๋ย...ข้าตื้นตันใจเหลือเกินที่จะบอกให้พวกเจ้าทราบว่าท้ายที่สุดข้าก็ได้พบกับคนที่อยากฝากชีวิตให้ปกป้องตลอดไป ยอมรับว่าในวันเก่าก่อนข้าอดอิจฉาพวกเจ้าไม่ได้ที่ล้วนพบเจอกับชายซึ่งแสดงออกว่ารักเจ้าหมดหัวใจ หากแต่ในวันนี้ตัวข้าก็ได้สมหวังแล้วเช่นกัน เพราะเขาบอกว่ารักข้าสุดหัวใจ

 

จูอาอินแห่งอุลซาน

 

น่าหัวเราะไหมเล่าที่สุดท้ายแล้วคู่กัดตัวฉกาจกลับกลายมาเป็นคนที่ข้ารักอย่างลึกซึ้ง รักแท้ที่ข้าไม่เคยเข้าใจและคิดเสมอว่าคงไม่มีวันได้พานพบ พอบังเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้ข้ามีความสุขเสียจนแทบสำลักตาย

 

หวังว่ารักนี้คงเป็นรักนิรันดร

 

สหายของข้าทั้งสี่ ข้าคิดถึงพวกเจ้ามากเหลือเกิน หวังว่าในบทสนทนาและเสียงหัวเราะน่ารำคาญของพวกเจ้าจะมีชื่อข้าปรากฏร่วมอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย

 

เฝ้ารอวันได้พบเจอกันอีกเสมอ

.

.

.

“จากซองจุงกิที่กำลังจะกลายเป็นชาวอันซางแซ่จูในอนาคต...โอ๊ย...น่าไม่อายที่สุด!” คิมจุนซูอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วก็ต้องสบถออกมาเพราะความออกตัวแรงของสหายรักที่ไม่คิดว่าจะเปิดเผยมากถึงเพียงนี้

 

จูจุงกิ?

ฟังไม่จืดเลยทีเดียว

 

“เป็นคนสุดท้ายในกลุ่มที่ได้เจอรักแท้ แต่คงได้แต่งก่อนใครเลยกระมัง” หงส์งามหัวเราะให้แก่ความน่ารักที่แฝงอยู่ในทุกตัวอักษรนั้นอย่างชัดเจน

“แต่พออ่านจดหมายแล้วแทนที่จะหายคิดถึง ดูเหมือนว่ายิ่งคิดถึงมากกว่าเดิมเสียอีก” ปาร์กยูฮวานตัดพ้อต่อโชคชะตาที่เล่นตลกต่อมิตรภาพของพวกเขาทั้งสี่ ทว่าบนใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้มฉายชัดถึงความยินดีอยู่เสมอ

“งานแต่งคงถูกจัดหลังจากเจ้าและเจ้าพี่อภิเษกกันแล้ว หากพูดตามจริงคือเราทุกคู่ล้วนให้เกียรติเจ้าแต่งเป็นคนแรกนั่นเอง” พอพับเก็บจดหมายจากแดนไกลไว้กับกายเสร็จแล้ว องค์ชายน้อยก็หันมาหยอกเย้าหงส์งามที่กำลังวางมาดไม่ถูก

“เขายังไม่มาสู่ขอเลยน่า” ดวงพักตร์ปรากฏสีแดงเรื่ออย่างน่ามอง ออกจะเป็นการกดดันอยู่ไม่น้อยที่ต้องรับหน้าที่ออกเรือนคนแรกโดยมีอีกตั้งสามคู่เข้าแถวรอแต่งอยู่เช่นนี้ “ไปถามชองยุนโฮเองสิ...พูดถึงก็มาเลยทีเดียว”

การสนทนาที่กินเวลาตั้งแต่กลางคืนจนถึงย่ำรุ่งมีอันต้องจบลง เมื่อคนงามสังเกตเห็นบ่าวรับใช้มาเรียนเชิญพวกเขาทั้งหมดเข้าไปยังห้องรับรองแขกของบ้านสกุลปาร์ก และเขากับคิมจุนซูก็ต้องมีรอยยิ้มยินดีเนื่องจากต่