[Fic] Amour : Amour XLII (42)

posted on 01 Feb 2015 17:45 by yunjaekick

Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

 

 

Amour XLII

 

 

ปาร์กยูฮวานคงชีพจรลงเท้ามากกว่าใครในช่วงเวลาแห่งสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี้ เพราะหลังจากถูกเนรเทศออกจากซออุลพร้อมนายเหนือหัว ในเวลาเพียงไม่นานก็มีอันต้องจากลาวังหลวงชอลลาเพื่อย้อนกลับมายังซออุลอีก แน่นอนว่ามีโอกาสได้พำนักอยู่ ณ ที่แห่งนั้นเพียงระยะเวลาหนึ่งเพราะบัดนี้ทั้งเขาและโพอึนเจได้เดินทางถึงแผ่นดินเกิด แตกต่างตรงที่การเดินทางในครั้งนี้ช่างเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยไร้กังวลมากเหลือเกิน

ยูฮวานแยกเดินทางกับโพอึนเจทันทีที่มาถึงกลางเมือง เนื่องจากสถานที่ตั้งของบ้านอยู่คนละทิศทาง ดูเหมือนมนุษย์ไฝจะคิดถึงไออุ่นจากบิดามากเสียจนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ส่วนคนตัวเล็กยังคงนั่งเคียงคู่กับชายในดวงใจบนหลังอาชาแกร่งเพื่อมุ่งตรงไปยังบ้านแม่ทัพปาร์กที่รอคอยการมาถึงของบุตรชายคนเล็กอย่างตื่นเต้นยินดีเช่นกัน

ร่างบางอิงแอบกายให้คนตัวสูงใหญ่คอยโอบประคองไม่ให้ตกจากหลังม้า คงเป็นเหตุที่ว่าทำไมการเดินทางครั้งนี้ยูฮวานน้อยจึงเปี่ยมด้วยความสุขยิ่งนัก ที่สำคัญคือพอย่างเท้าเข้าสู่เขตแดนชอลลาก็ได้ทราบข่าวที่ว่ามังกรหนุ่มมีพระอาการดีวันดีคืนเนื่องจากได้ยาใจดีแสนดี ส่วนพี่ชายก็ใกล้หายขาดจากอาการบาดเจ็บทุกขณะ ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องทุกข์ตรมใดมารุมเร้าให้หมองเศร้าดังที่ผ่านมา

 

ยิ้มได้ทั้งใบหน้าและหัวใจ

 

“ไปหาท่านพ่อท่านแม่ แล้วค่อยเข้าวังหลวงไปเฝ้าฝ่าบาทกันนะ” คนตัวเล็กถามความเห็นขององครักษ์เคียงกายเพราะไม่อยากบังคับให้ทำตามใจทุกสิ่ง หากท่านเนื้อคู่ประสงค์เข้าวังเพื่อเข้าเฝ้ามังกรหนุ่มก่อนก็พร้อมจะทำตามใจทุกอย่าง

“เจ้าไปทางไหน ข้าเต็มใจติดตามไปด้วยเสมอ”

 

เง้อ...

 

ความอบอุ่นที่เจือมาในน้ำเสียงทุ้มต่ำประกอบกับรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้ สามารถฆ่าเจ้าของหัวใจดวงน้อยให้ตายในอุ้งมือได้เลยทีเดียว ท่านเนื้อคู่ที่เคยเย็นชาและชอบตีสีหน้าเคร่งขรึมหายไปไหนแล้วนะ

“ตามติดกันเช่นนี้ ข้าแอบหนีไปเที่ยวไม่ได้แล้วสิ”

“แม้แต่คิดก็ไม่มีสิทธิ์ โดยเฉพาะออกไปเที่ยวกับบุรุษอื่นที่ไม่ใช่ข้า” แม้รู้ว่าคนตัวเล็กส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้เป็นเพียงการหยอกเย้าให้หึงหวงเล่น ทว่าชิมชางมินกลับไม่อาจปิดบังความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อจินตนาการภาพของอีกฝ่ายสนทนากับบุรุษอื่นในแคว้นชอลลาที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

“ข้าเป็นคนเพื่อนน้อย ที่ใกล้ชิดจริงๆ ก็มีแค่องค์ชายแจจุงกับโพอึนเจเท่านั้น ท่านวางใจได้”

“ความจริงถ้ามีแต่องค์ชายแจจุงจะดีกว่านี้มาก”

“เอ๋...ท่านหวงแม้กระทั่งเจ้าไฝยักษ์หรือไง?”

“สั่งก็ทำตามเถิดน่า เจ้าช่างพูดมากเสียจริง” ร่างสูงแก้อาการเก้อเขินโดยการยกมือเขกหน้าผากมนไปเสียหนึ่งที ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าพอเปิดหัวใจใกล้ชิดโดยไม่มีกำแพงขวางกั้น เขามักถูกปาร์กยูฮวานต้อนให้ทำตัวไม่ถูกเสียทุกครั้ง

 

เมื่อถึงเวลาจะสั่งสอนเสียให้เข็ด!

 

ด้านยูฮวานน้อยไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงท่านเนื้อคู่ออกมาอีก เนื่องจากชื่นชอบช่วงเวลาที่ได้มองหน้าและส่งเสียงหัวเราะไปพร้อมกันโดยไร้คำพูดมากเหลือเกิน บางคราวไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความจริงหรือความฝันเพราะความสุขช่างอัดแน่นเกินกว่าที่เคยวาดหวังไว้เสียอีก

อาชาแสนรู้นำพาเจ้านายทั้งสองมาถึงประตูทางเข้าบ้านตระกูลปาร์กอันกว้างขวางเสียที บ่าวรับใช้รีบวิ่งมารับเอาอาชาไปพักผ่อนยังคอกเลี้ยงอย่างรู้งาน ส่วนบ่าวอีกจำนวนหนึ่งก็ยืนรอรับคุณชายน้อยของบ้านที่พอหายหน้าหายตาไปก็ทำให้เกิดความเงียบสงบอันไม่คุ้นชินเอาเสียเลย ทว่าสายตาที่มองมาคล้ายกำลังหยอกเย้านายน้อยที่กลับมาพร้อมบุรุษหล่อเหลางามสง่าไม่ต่างจากคุณชายใหญ่ของพวกตนก็สามารถทำให้ปาร์กยูฮวานหน้าแดงซ่านเพราะวางตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที

“สงสัยบ้านเราจะมีข่าวดีถึงสองคู่เลยทีเดียว” เสียงซุบซิบปนเสียงหัวเราะคิกคักของบ่าวรับใช้ดังชัดเจนมากพอจะทำให้คนตัวเล็กก้มหน้างุด

“อ่ะ แฮ่ม! นินทาเจ้านายเก่งเชียวนะ”

“พวกบ่าวไม่กล้าหรอกเจ้าค่ะ” พวกนางหรือจะหาญกล้าจนสามารถนินทาทั้งต่อหน้าและลับหลังเจ้านายผู้แสนดีได้ แต่นางแค่เอ่ยไปตามความจริงที่คิดว่าอีกไม่นานคงเห็นผลเท่านั้น “ว่าแต่ว่า...คุณชายน้อยจะไม่แนะนำ...”

“ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้าน่า” แทบตีหน้ายักษ์แต่แสนแดงปลั่งใส่พวกบ่าวรับใช้ไม่ไหว เขาไม่ได้อยู่บ้านนานเกินไปจนพวกนางกลายเป็นคนทะเล้นน่าตีไปเสียแล้ว “ยุ่งจริงเชียว” ทำปากมุ่ยใส่บ่าวรับใช้จอมวุ่นวายก่อนลากบุรุษตัวสูงข้างกายให้เดินผ่านพวกนางเข้าไปในตัวบ้านเสียที ขืนปล่อยพวกนางเล้าโลมด้วยสายตานานไปกว่านี้มีหวังท่านเนื้อคู่ได้สึกหรอก่อนพอดี

 

ไม่ยอมหรอก

 

“ข้าใจดีกับพวกนางเกินไปจึงโดนล้อจนได้” ขณะตั้งหน้าตั้งตาพาท่านเนื้อคู่มุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ที่มีบิดามารดารอคอยอยู่ เจ้าของริมฝีปากเรียวงามยังไม่คลายความคุกรุ่นที่ถูกบ่าวรับใช้ลบเหลี่ยมความเป็นเจ้านายเข้าจนได้

ตั้งแต่เด็กจนโตปาร์กยูฮวานปฏิบัติต่อพวกนางราวกับเป็นเพื่อนสนิทที่มักวิ่งเล่นด้วยกันอยู่เสมอ ไม่ปรารถนาให้พวกนางเกรงกลัวหรือทำห่างเหิน นั่นคงเป็นสิ่งที่เขาทำพลาดที่สุดแล้วเพราะเวลานี้พวกนางกลับหยอกเย้าให้เจ้านายหน้าแดงเสียได้

 

กึก!

 

บุรุษที่เดินเคียงข้างนอกจากเอาแต่เงียบพร้อมหยุดย่างเท้าไปแล้ว จึงทำให้ยูฮวานอดสงสัยไม่ได้ว่าบังเกิดเรื่องใดขึ้นหรือไม่ ทว่าเจ้าของน้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่กำลังจะเอ่ยถามออกไปกลับต้องกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอก่อนเผลอปล่อยใจชื่นชมความงามสง่าของบุรุษตรงหน้าแทน

ชิมชางมินยืนนิ่งตรงโถงทางเดินพร้อมมองสำรวจไปยังทุกจุดที่ประกอบขึ้นเป็นสวนสวยกลางบ้าน เสียงน้ำตกเล็กๆ ไหลรินไม่ขาดสาย กลิ่นธรรมชาติอันสดชื่นลอยมาแตะจมูกให้เผลอชื่นชมและอยากปล่อยวันเวลาให้เลยผ่านไปโดยไม่ต้องกังวลต่อเรื่องใด

“สวนของบ้านเจ้างดงามจริงๆ” เสียงทุ้มเอ่ยชมตามความรู้สึก บางทีอาจไม่มีคำพูดใดสามารถบรรยายความรู้สึกที่บังเกิดขึ้นในจิตใจของตนได้ เพราะแม้บ้านตระกูลชิมก็มีสวนดอกไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไปกว่ากันนี้ ทว่าบรรยากาศของการมีชีวิตช่างแตกต่างราวฟ้ากับดิน

 

ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น

 

“สวนกลางบ้านข้า มองเมื่อใดก็มีแต่ความน่าเบื่อ” ไร้คนรวมชื่นชมความงาม เพราะนับตั้งแต่บิดามารดาด่วนจากไปก่อนเวลาอันควร แม่ทัพชิมก็ไม่มีใจไว้สำหรับเรื่องไร้สาระที่ไม่อาจเทียบเท่ากิจการบ้านเมืองอีกเลย

“ฝีมือข้าเองล่ะ” ปาร์กยูฮวานเข้าใจความนึกคิดอันน่าเศร้าของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ทำให้บนดวงหน้าเล็กฉายรอยยิ้มจริงใจยามเอื้อนเอ่ยกับอีกฝ่ายไปด้วย “ข้าสัญญาจะช่วยทำให้บ้านท่านน่าอยู่ยิ่งขึ้น” เป็นคำสัญญาที่หาได้เอ่ยแบบขอไปที เนื่องจากชิมชางมินเห็นถึงผลลัพธ์อยู่แล้วว่ายามมีเขาไปก่อกวนบ้านสกุลชิมนั้นสามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่ทุกคนได้มากแค่ไหน

“ใครอนุญาตให้เจ้าไปอยู่บ้านข้ากันเล่า?” แม้ปากกำลังเอ่ยเย้าให้เจ้าตัวแสบแก้มป่องเล่นๆ หากแต่ในแววตาที่จ้องมองกลับเปี่ยมไปด้วยการวอนขอให้สิ่งที่ยูฮวานน้อยเอ่ยเมื่อครู่เป็นความจริง

“ต่อให้เอาน้ำร้อนสาดไล่ ข้าจะเกาะติดท่านเป็นปลิงเลย” ไม่พูดเปล่าแต่ยังกระโดดเกาะร่างสูงราวกับเป็นลูกลิงกอดแม่ก็ไม่ปาน

คนตัวเล็กคงอยากยืนยันให้เห็นภาพว่าต่อให้ถูกไล่หรือไม่เชิญชวนให้กลับซออุลไปด้วยกัน เขาก็จะตามติดท่านเนื้อคู่ไม่ยอมพรากจากไปไหนเป็นแน่ ส่วนแม่ทัพหนุ่มก็ทำได้เพียงโอบอุ้มลูกลิงแสนซนนั้นไว้พร้อมยิ้มอย่างเต็มใจให้เกาะติดไปตลอดชีวิต

“อ่ะ แฮ่ม!”

เสียงกระแอมไอเจือไปด้วยแววคุกคามซึ่งไม่ได้ดังมาจากบุคคลที่เกาะติดกันเป็นลิง แต่ไม่สามารถทำให้ปาร์กยูฮวานตกใจจนผละออกจากร่างของท่านเนื้อคู่ ทว่าคนตัวเล็กทำเพียงแค่หันไปมองผู้มาเยือนคนใหม่พร้อมส่งยิ้มกระจ่างใสไปให้อย่างแสนยินดีเท่านั้น

“ท่านพี่!”

ปาร์กยูชอนที่อาการบาดเจ็บถูกเยียวยาจนใกล้หายสนิทเต็มที ยืนมองภาพการกกกอดของน้องชายสุดหวงกับแม่ทัพหนุ่มต่างแคว้นด้วยใบหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจชัดเจน เป็นใครหน้าไหนก็คงไม่พอใจที่ไข่ในหินของบ้านถึงกลับเป็นฝ่ายกระโดดกอดบุรุษอื่นทั้งที่ไม่ได้สู่ขอกันอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าหากชิมชางมินคิดเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเขาก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าจะยอมยกเจ้าเด็กดื้อตัวแสบให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาชั่วชีวิต

 

แค่คิดก็ใจหายอย่างสุดแสน

 

นอกจากอาวรณ์ที่อาจต้องส่งนกน้อยให้ชายอื่นครอบครองแล้วนั้น แม่ทัพหนุ่มแห่งชอลลาไม่อาจปฏิเสธว่าอยากแกล้งให้ชิมชางมินผู้เย่อหยิ่งในอดีตได้เจ็บในใจจนอยู่ไม่สุขเสียบ้าง