[Fic] Amour : Amour XLI (41)

posted on 25 Jan 2015 12:26 by yunjaekick
Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

 

 

Amour XLI

 

 

ด้วยเพราะมีเขตแดนติดกับทะเล จึงทำให้ปกติแล้วอันซางมักคลาคล่ำไปด้วยพ่อค้าจากต่างแดนตลอดแนว

ชายฝั่ง เนื่องจากแม้ซออุลก็เป็นแคว้นใหญ่ที่มีทางออกทะเลเช่นกัน แต่ลักษณะการปกครองแบบถือตัวของ

รัชทายาทชองยุนโฮทำให้มีการคัดกรองสหายทางการค้าอย่างเข้มงวดและมีเงื่อนไขยุ่งยากวุ่นวาย จนแคว้นส่วน

ใหญ่เบนความสนใจมาทำการค้ากับอันซางซึ่งปล่อยให้มีอิสระในขอบเขตที่ไม่ตึงจนเกินไป

หากแต่ความครื้นเครงก็จำกัดอยู่แต่เพียงเขตแดนนอกวังหลวง ด้วยปกติแล้วองค์ชายซองจุงกิไม่โปรดให้เขตพระ

ราชฐานมีการต้อนรับแขกจนเหมือนกับเป็นเรื่องปกติที่ใครหน้าไหนสามารถย่างกรายเข้ามาได้ เพราะพระองค์เล็ง

เห็นแล้วว่าบัลลังก์แห่งอันซางหาได้มั่นคง ด้วยรัชทายาทแห่งแคว้นนี้คือองค์ชายผู้บอบบางเสียยิ่งกว่าอิสตรี ไม่

เชี่ยวชาญในการสงครามทว่าเชี่ยวชาญเพียงงานเกี่ยวกับการค้าและบัญชีเท่านั้น ซองจุงกิจึงไม่วางใจว่าหาก

ปล่อยให้วังหลวงต้อนรับแขกจนเกินพอดี อาจเป็นช่องทางให้ผู้ประสงค์ร้ายกระทำการเหยียดหยามบัลลังก์ของ

พระบิดาได้

 

อันซางจึงคล้ายเป็นเมืองเปิดแต่ก็ปิดด้วยเช่นกัน

 

นั่นจึงเป็นเรื่องน่าประหลาดที่ช่วงเวลานี้วังหลวงอันซางต้องวุ่นวายอยู่กับการต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์จากต่างบ้าน

ต่างเมืองซึ่งพร้อมใจเดินทางมาเยือน หลังจากพระเจ้าอินโจป่าวประกาศไปทั่วแผ่นดินว่าบัดนี้ถึงเวลานกน้อยใน

กรงทองผู้งดงามเหนือสตรีใดจะมีคู่ครองอันเหมาะสม ควรค่าแก่การปกป้องดูแลตราบชั่วชีวิต

ซองจุงกิที่กำลังเป็นเป้าหมายให้บุรุษรูปงาม บุรุษผู้มั่งคั่งและบุรุษที่เชี่ยวชาญในการสงครามทั้งหลายแย่งชิง ได้

แต่ลอบมองขบวนเสด็จของเขาเหล่านั้นด้วยสายพระเนตรไร้ความปิติยินดี เนื่องด้วยหัวใจดวงนี้กำลังเฝ้ารอจะ

เห็นธงสัญลักษณ์คุ้นตาของใครบางคนผ่านเข้ามาทางประตูวังอย่างมีความหวัง ทว่าวันแล้ววันเล่าผ่านพ้นไป

พร้อมความผิดหวังจึงทำให้เจ้าของรอยยิ้มกระจ่างสดใสและดวงพักตร์ที่มักทะเล้นยั่วเย้าปรากฏเพียงความหมอง

เศร้าเท่านั้น

 

เขาไม่มาจริงๆ

 

อดพ่นลมหายใจออกมาอย่างสิ้นหวังเสียไม่ได้ ก่อนตัดสินใจกลับไปคอยอยู่ในตำหนักเนื่องจากไม่ประสงค์พบ

ใครหน้าไหนทั้งสิ้น ทรงปฏิเสธหากพระบิดามีรับสั่งให้ไปยังตำหนักกลางเพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าผู้มาเยือน

โดยอ้างเหตุผลว่าประชวรจนอายที่จะให้บุรุษเหล่านั้นเห็นสภาพทรุดโทรมของตน แม้ในความเป็นจริงคือไม่

ปรารถนาปั้นหน้ายิ้มให้ใครทั้งนั้น

“ได้ยินว่าองค์ชายประชวรหนัก แต่กลับนั่งตากแดดตากลมเช่นนี้คงไม่ดีต่อพลานามัยนัก”

เจ้าของพระวรกายบอบบางมีอันต้องชะงักฝีเท้าลงทันทีที่หันกายกลับไปเผชิญเสียงทักทายซึ่งแฝงไว้ด้วยแวว

ขบขัน จนทำให้ดวงพักตร์งดงามบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ทันที

“ไม่เกี่ยวกับคนนอกเช่นเจ้า” ซองจุงกิยู่ปากใส่ผู้มารบกวนอย่างไม่เป็นมิตร รอยยิ้มยียวนกวนประสาทจากบุรุษร่าง

สูงใหญ่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้รู้สึกอารมณ์ดีหรืออยากจ้องมองเหมือนดั่งรู้สึกกับใครบางคนเอาเสียเลย  

“ข้าเดินทางมาให้เจ้าเลือกเป็นคู่ครอง แต่กลับพบว่าเจ้ากำลังเฝ้ารอขบวนเสด็จของใครบางคนเช่นนี้...ข้าย่อมมี

สิทธิ์น้อยใจเป็นธรรมดา”

องค์ชายอูบินแห่งแคว้นจินจู มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แม้ปากบอกว่าน้อยเนื้อต่ำใจต่อกิริยาหมางเมินของคนงามมากแค่

ไหน ดวงเนตรทรงเสน่ห์ไม่ละไปจากดวงพักตร์ขาวใสที่ไม่ยอมเผยรอยยิ้มให้กันแม้เพียงน้อยนิด ทว่ากลับตรึงนิ่ง

อยู่เช่นนั้นราวค้นพบอัญมณีล้ำค่าก็ไม่ปาน

เด็กน้อยจอมซนแห่งวังหลวงอันซางที่เขามีโอกาสพบเจอเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้เติบใหญ่ขึ้นเป็นหงส์งามที่ทั้งสวย

และแก่นจนน่าปราบพยศ ดังนั้นเมื่อข่าวการเลือกคู่ของคนตัวเล็กลอยมาเข้าหูจึงทำให้เขาไม่มีความลังเลจะเข้า

ร่วมในศึกครั้งนี้เลย

“หึ! เจ้าเป็นหนึ่งในคนที่หวังสิทธิ์ออกทะเล ไม่ต่างจากคนพวกนั้นหรอก” บุรุษเหล่านี้ต่อให้พ่นคำหวานหูออกมา

อีกกี่ร้อยกี่พันคำ หรือส่งสายตาหวานล้ำให้ราวหลงใหลตัวเขามากเพียงใดก็ไม่อาจลบเลือนความจริงที่ว่าพวกเขา

ปรารถนาจะครอบครองสมบัติล้ำค่าแห่งอันซางหาใช่หัวใจดวงนี้ไม่

“ดูเหมือนเจ้ายังไม่รู้ตัว...ไม่รู้เลยจริงๆ สินะ” คิมอูบินได้แต่ส่ายศีรษะแสดงความเอ็นดูต่อความคิดสุดแสนถ่อมตัว

นั้นยิ่งนัก ดูเหมือนซองจุงกิไม่รับรู้ความจริงเลยว่าบรรดาบุรุษที่พร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติเหล่านี้หาได้

ปรารถนาจะครอบครองกรรมสิทธิ์การออกทะเลไม่ พวกเขาล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือครอบครองหนึ่งรอยยิ้มอัน

กระจ่างใสเท่านั้น

ส่วนหนึ่งติดตาตรึงใจความงามตั้งแต่ได้ชมการแสดงถวายพระพรแด่ซูฮวาแห่งซออุล ส่วนหนึ่งมีโอกาสพบสบ

ดวงพักตร์นับแต่ครั้งเดินทางมาเจรจาเรื่องการค้า อีกส่วนหนึ่งคือมีใจผูกสมัครกับเจ้าของความดื้อรั้นแต่น่ารักนี้

ตั้งแต่เยาว์วัย

 

การได้ครอบครองซองจุงกิคือสิ่งล้ำค่าที่พวกเขาล้วนหมายปอง

 

“ข้าผิดหวังมากแค่ไหนที่ไม่ได้พบหน้าเจ้ายามมาถึง แต่ตอนนี้ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่เสียดายชีวิตอีกต่อไป”

หาเป็นเพียงความพร่ำเพ้อไร้สัตย์จริง เพราะคงไม่มีใครสามารถคาดเดาความยินดีในหัวใจดวงนี้ ยามที่เดินทอด

น่องเรื่อยเปื่อยแล้วได้พานพบกับเจ้าของหนึ่งเดียวในหัวใจ ทุกเหตุการณ์ตอกย้ำได้ดีว่าคิมอูบินต้องเป็นหนึ่งเดียว

ที่ให้การปกป้องคุ้มครองนกน้อยนี้ไปชั่วชีวิต

“เลิกคาดหวังเพราะข้าไร้หวังใดตอบแทนเจ้า” ทว่าสุรเสียงหวานล้ำกลับตอบแทนด้วยความเย็นชา ปกติซองจุงกิ

หาได้เป็นคนอ่อนหวานน่ารักและถนอมน้ำใจคนที่ไม่คิดผูกไมตรีด้วยอยู่แล้ว ออกจะเป็นคนทั้งร้ายทั้งตรงเสียด้วย

ซ้ำ ดังนั้นการแสดงออกว่าไม่คิดมอบใจให้แก่บุรุษทุกคนที่กำลังพำนักอยู่ ณ วังหลวงอันซางย่อมเป็นความ

ชัดเจนเหนือสิ่งอื่นใด

“ไร้ความหวังแก่ข้าเพราะเจ้าเอาความหวังทั้งหมดเฝ้ารอขบวนเดินทางของใครบางคนน่ะหรือ?” คิมอูบินยอมรับ

ว่าบังเกิดความรู้สึกปวดหนึบพุ่งเข้าเล่นงานในใจ จนเผลอกำพระหัตถ์แน่นยามเอื้อนเอ่ยถึงใครอีกคนที่แม้ไม่มีตัว

ตนอยู่ด้วยในบริเวณนี้ ทว่าทรงอิทธิพลต่อเจ้าของดวงเนตรกลมใสเสียเหลือเกิน

 

คงไม่ผิดที่เขานึกอิจฉา

 

“ข้าไม่เห็นถึงความจำเป็น ในการตอบคำถามเจ้า”

“เพียงเจ้าหลบสายตายามเอ่ยถึงใครคนนั้น...ข้าก็พอคาดเดาได้ไม่ยาก”

“รู้ก็ดี” เจ้าของงานเลือกคู่ยังคงไร้ไมตรีแทนการส่งยิ้มเชิญชวนให้ถูกเลือก “เจ้ารีบกลับบ้านไปเถิด เพราะรอก็เสีย

เวลาเปล่า”

 

เสียเวลาเหมือนที่เขากำลังเผชิญอยู่ไงเล่า

 

“หากเขาไม่มาข้าก็ยังมีความหวังไม่ใช่หรือ?” ต่อให้ออกปากไล่อย่างไร คิมอูบินไม่มีทางยอมแพ้เพราะถ้าบุรุษผู้

นั้นไม่ปรากฏกายขึ้นมาจริงๆ สุดท้ายแล้วซองจุงกิต้องถูกบีบให้เลือกบุรุษไว้เคียงกายเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของราช

สำนักอันซางด่างพร้อย จึงเป็นโอกาสที่เขารอคอยอย่างใจจดจ่อนั่นเอง “สักวันเจ้าต้องเห็นความจริงใจของข้า”

แม้สุดท้ายคนงามสะบัดดวงพักตร์หนีพร้อมเดินห่างไปไกลแสนไกล ทว่าองค์ชายหนุ่มแห่งจินจูก็ไม่คลายรอยยิ้ม

ที่แสดงถึงความมั่นใจลงได้เลย เมื่อเขาแน่ใจแล้วว่าทุกคำพูดที่เปล่งออกไปย่อมฝังรากลึกลงในห้วงคำนึงของอีก

ฝ่ายอย่างไม่มีวันลบเลือน หากถึงวันตัดสินใจเลือกคู่เพราะบุรุษในดวงใจเดินทางมาไม่ทันเวลา ซองจุงกิต้องหัน

มองเขาก่อนเป็นคนแรก

 

ความหวังและโอกาสยังมีอยู่เสมอ

อย่าวางใจไปเลยซองจุงกิแห่งอันซาง

 

Amour

 

รอบกายยังคงไร้สุ้มเสียงใดแม้ร่างกายถูกรัดรึงไว้ด้วยตะขอเหล็กอย่างแน่นหนาก็ตาม ชองยุนโฮพยายามรวบแรง

เรี่ยวแรงทั้งหมดต่อต้านอำนาจยายเมิ่งที่ดูเหมือนว่าเขตแดนแห่งนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถต้านทานคำบัญชาของนาง

ได้ วิญญาณทุกดวงที่ถูกกำหนดให้ผ่านทะลุมาถึงศาลานี้ย่อมแสดงว่าไม่ต้องชดใช้กรรมในขุมนรกหรือได้ขึ้นไป

เสวยสุขบนสรวงสวรรค์ ทว่าพวกเขาต้องกลับไปเวียนว่ายตายเกิดยังโลกมนุษย์เพื่อพานพบความเกิด แก่ เจ็บ

ตาย ตามวัฏจักรชีวิต แน่นอนว่าไม่เคยปรากฏมีดวงวิญญาณหาญกล้าดวงใดสามารถก้าวผ่านม่านน้ำตกสีเงินโดย

ไม่ได้ลิ้มชิมรสน้ำแกงลืมชาติของนางก่อน หากใครฉลาดหาญกล้าอยากโกงกฎก็มีอันต้องถูกบังคับจับกรอกปาก

ดังเช่นมังกรหนุ่มแห่งซออุลกำลังเผชิญอยู่นี้

ความกระหายน้ำยังพุ่งสูง ความร้อนระอุส่งผลให้พละกำลังที่มีแปรเปลี่ยนเป็นความเหนื่อยล้า หากเป็นดวง

วิญญาณอื่นคงยอมสิโรราบพร้อมกระดกดื่มน้ำแกงเพื่อแก้กระหายโดยเต็มใจ ทว่าด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความ

ปรารถนาจะกลับไปพบดวงพักตร์อันคุ้นตาและฟังน้ำเสียงหวานหูให้ชื่นใจอีกครั้ง อัดแน่นเสียจนทำให้มังกรหนุ่ม

พยายามดิ้นหลุดออกจากพันธนาการให้ได้

“ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์บังคับข้า!”

หากดินแดนแห่งนี้คือผืนแผ่นดินซออุล คงไม่มีใครหน้าไหนหาญกล้าเอื้อมมือเข้ามาสัมผัสพระวรกายมังกรอัน

ล้ำค่า ทว่ายายเมิ่งคือผู้มีอำนาจสูงสุดในสถานที่นี้นางจึงไม่ใส่ใจต่อคำข่มขู่และไม่ปร