[Fic] Amour : Amour XXXIX (39)

posted on 12 Jan 2015 17:47 by yunjaekick

Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

 

 

Amour XXXIX                                       

 

 

เช้านี้บรรยากาศภายในแคว้นอันซางหาได้ครื้นเครงให้สมกับเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้ได้รับชัยชนะเหนือฝ่ายจีนทั้ง

ปวง และถึงแม้ว่านี่คือปลายฤดูร้อนที่กำลังผันเปลี่ยนเข้าสู่ความเย็นสบาย แต่อุณหภูมิในจิตใจของใครบางคน

กลับไม่เย็นดังอากาศเอาเสียเลย

ซองจุงกิต้องวิ่งออกกำลังแต่เช้าตรู่ เพื่อไปเข้าเฝ้าพระบิดายังตำหนักกลางให้เร็วที่สุดเท่าที่ความสามารถอำนวย

เพราะเขาไม่อาจทนแบกรับความร้อนที่สุมอยู่เต็มอกไว้แต่เพียงลำพัง แน่นอนว่าเมื่อพระบิดาคือสาเหตุของความ

ทุกข์ร้อนที่กำลังเผชิญอยู่นี้ก็ต้องสะสางให้เรียบร้อยแบบตัวต่อตัว

 

ตึก

ตึก

ตึก!

 

เสียงฝีเท้าเล็กๆ ดังมากพอกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วโดยไร้การควบคุม มือบางกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่น

คล้ายระบายความขุ่นข้องหมองใจทุกอย่างลงไปในนั้น ในดวงเนตรคู่ใสยังมองเห็นความงามของต้นไม้ดอกไม้

หรือแม้แต่เนินเขาไกลโพ้นได้ชัดเจน หากแต่ไม่มีจิตใจอยากหยุดฝีเท้าเพื่อชื่นชมภาพเหล่านั้นเลย  เพราะตอนนี้

มีเพียงความรู้สึกที่ว่าพระตำหนักกลางช่างตั้งอยู่ไกลแสนไกลจนออกแรงวิ่งเท่าใดก็ไม่ถึงสักที

“ข้าต้องการเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเดี๋ยวนี้!” สุรเสียงอันเปี่ยมไปด้วยความกังวล รีบบัญชาให้เปิดม่านประตูที่ขวางกั้นไว้

อย่างรวดเร็ว

“องค์ชายจุงกิขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ!”

ด้วยความร้อนรนและดูไม่เป็นมิตรจากฝ่ายผู้มาเยือนจึงทำให้ราชเลขาเฒ่าทั้งรีบรายงานและเปิดประตูให้คน

ใจร้อนผ่านเข้าไปโดยง่าย เนื่องจากฝ่าบาททรงคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าทันทีที่มีประกาศแผ่นนั้นออกไป วังหลวง

อันซางต้องพบเจอระเบิดลูกเล็กนี้อย่างแน่นอน

นั่นจึงทำให้พระราชาทรงมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่เดือดร้อนใดๆ เมื่อถูกพระโอรสสุดรักบุกมาเยือนอย่างไร้มารยาท

 เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซองจุงกิเกิดบันดาลโทสะจนทำให้วังหลวงลุกเป็นไฟ พระองค์ทรงชินชาและแน่

พระทัยเหลือเกินว่าสามารถรับมือและทำให้คนใจร้อนหมดหนทางต่อต้านโดยไม่ยากเย็น

“วิ่งมาเหนื่อยๆ นั่งพักจิบชาก่อนสิ”

“เสด็จพ่อทรงอธิบายเรื่องนี้มาก่อนเถิด” แม้กำลังหอบหายใจอย่างหนัก ทว่าซองจุงกิก็เริ่มซักไซ้พระบิดาทันที

“อ้อ...เจ้าหมายถึงประกาศเลือกคู่น่ะหรือ?”

 

ฟุบ!

 

กระดาษแผ่นที่ถูกกำไว้จนยับถูกวางลงบนโต๊ะน้ำชาทันทีที่พระบิดาตรัสออกมาพร้อมท่าทีไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ต่าง

กับเขาที่อกใกล้ระเบิดเต็มที

ความจริงเช้านี้ควรเป็นการเริ่มต้นวันใหม่แสนสดใส เพราะสงครามอันโหดร้ายยาวนานได้สิ้นสุดลงพร้อมชัยชนะ

ของเหล่าพันธมิตร เขากำลังวางแผนเดินทางไปชอลลาเพื่ออยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจแก่เหล่าสหายซึ่งทุกข์ตรม

เพราะอาการบาดเจ็บของชายอันเป็นที่รัก คือช่วงเวลาเปราะบางที่ไม่อาจวางตัวนิ่งเฉยหรือเสวยสุขอยู่ในวังหลวง

แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นซองจุงกิจึงเตรียมตัวพร้อมออกเดินทางแต่กลับมาพบความจริงที่พระบิดามีบัญชาให้ป่าว

ประกาศไปทั่วแผ่นดินว่าโอรสสุดรักเพียงหนึ่งเดียวกำลังเตรียมงานเลือกคู่ไว้รอรับบุรุษผู้เพียบพร้อมเสร็จ

เรียบร้อยแล้ว

 

ไม่ปรึกษากันสักคำ!

 

“ลูกยังไม่พร้อมเลือกคู่”

“ก่อนหน้านี้เจ้ารับปากว่ายินดีเลือกคู่ทันทีที่สงครามยุติ เจ้าลืมแล้วหรือ?”

“ตะ...แต่สหายของลูกยังไม่คลายความทุกข์ จะให้ลูกมีความสุขกับการเลือกคู่ได้อย่างไร?”

เชื้อพระวงศ์ระดับสูงเมื่อเอ่ยคำใดย่อมไม่ลืมเลือนก็จริง หากแต่ด้วยขณะนั้นเขาเอาอารมณ์ความน้อยใจเป็นที่ตั้ง

จนไม่ไตร่ตรองให้ดี พอถูกพระบิดาจับใส่พานให้คนอื่นจริงๆ ก็มีอันลังเลไม่มั่นใจขึ้นมาดื้อๆ อีกทั้งสถานการณ์

ด้านสหายใช่ว่าสุขสงบเสียเมื่อไหร่ หากมีข่าวมงคลแพร่สะพัดออกไปมีหวังซองจุงกิต้องไม่กล้าสู้หน้าใครแน่

“เจ้ามาโวยวายใส่พ่อเช่นนี้ เพราะไม่อยากให้มีการเลือกคู่เกิดขึ้นจริงๆ หรือกลัวเจ้าหนุ่มคนไหนไม่มากันแน่?”

 

อึก!

 

คราแรกตั้งใจมาแง่งอนใส่พระบิดาอย่างเต็มที่ ทว่าเหตุการณ์กลับหมุนตาลปัดพลิกเอาเด็กไม่รู้จักโตลงไปเป็น

ฝ่ายเสียเปรียบอย่างน่าอาย สุดท้ายพอถูกพระบิดาจี้จุดอ่อนอย่างตรงจุดก็มีอันทำให้คนปากเก่งถึงกับพูดอะไรไม่

ออกเลยทีเดียว

“เขาจริงใจหรือไม่จริงใจต่อเจ้าก็วัดกันตรงนี้ไม่ดีกว่าหรือ?” พระเจ้าอินโจใช่เป็นพ่อที่ใจร้ายใจดำไปเสียเมื่อใด

เพราะห่วงหวงความรู้สึกของนกน้อยในกรงทองเกินกว่าความสุขส่วนพระองค์มาโดยตลอด จึงปรารถนาให้เรื่อง

หัวใจระหว่างเด็กหนุ่มทั้งสองปรากฏความชัดเจนเสียที

หากสุดท้ายจูอาอินไม่เดินทางมาร่วมพิธีเลือกคู่แต่ไปชอลลาแทน เท่ากับว่าโอรสตัวน้อยของพระองค์สมควร

ตัดใจแล้วเดินหน้าค้นหาสิ่งที่ดีกว่านั่งคลุมเครือในความรู้สึกไม่ดีกว่าหรือ

“เขาไม่มาหรอก...ลูก...ลูกมั่นใจว่าเขาไม่มาแน่ๆ” น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความไม่มั่นคง

แผ่วเบาไม่ต่างจากหัวใจที่กำลังเบาหวิวอยู่นี้

ตลอดเวลาที่ประทับอยู่ในวังหลวงอันซาง เพื่อรอฟังข่าวของสงครามใช่ว่าซองจุงกิจะละเลยความเป็นไปของเจ้า

หน้าหนวดที่พำนักอยู่ในซออุล เนื่องจากเขาสั่งให้ทหารออกสืบความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิด จนพบ

ว่าท้ายที่สุดจูอาอินกำลังเตรียมตัวเดินทางไปชอลลาในเร็ววันนี้แล้ว

 

ไม่มีหวัง

ไร้ซึ่งความหวังมาตั้งแต่ต้น

 

“หัวใจของจูอาอินมีเพียงคิมแจจุงเท่านั้น”

 

ไม่เหลือพื้นที่เปิดรับใครอื่นได้อีกต่อไป

 

“เป็นเช่นนี้เจ้ายังคิดเดินทางไปชอลลา เพื่อพบกับภาพบาดตาบาดใจอีกหรือ?” คนเป็นพ่อย่อมมองความนึกคิด

ของลูกได้ปรุโปร่ง

“คิมแจจุงกับชองยุนโฮเป็นเนื้อคู่อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นจูอาอินไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกกลางได้” เมื่อเป็นเช่นนี้

เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อขัดขวางการเป็นมือที่สามของเจ้าหน้าหนวด

 

แค่นี้จริงหรือ?

 

ไม่ได้เพ้อฝันไปว่าหากจูอาอินผิดหวังจากหงส์งามแห่งชอลลา ก็อาจหันมามองและให้โอกาสบ้างจริงๆ น่ะหรือ

 

เจ้ากลายเป็นคนดีแสนดีไปตั้งแต่เมื่อใด?

 

“อยู่ที่นี่แล้วเตรียมตัวเลือกคู่ครองของเจ้าไปเถิด พ่อไม่อนุญาตให้ออกนอกอันซางไปไหนทั้งสิ้น”

“เสด็จพ่อ...”

“ตัดใจจากเขาเสียเถิด”

“...”

 

ตัดใจ...

ให้ตัดใจจากจูอาอินน่ะหรือ?

 

สามารถกระทำสำเร็จหรือไม่ เมื่อความเข้มแข็งได้เหือดหายลงไปจากใจดวงนี้จนหมด แล้วต้องทำอย่างไรจึงลืม

เลือนทั้งใบหน้าและน้ำเสียงที่ชอบกวนโทสะทุกครั้งยามพบเจอ

“เจ้าสามารถเลิกรักชองยุนโฮได้ คงตัดใจจากจูอาอินไม่ยากเช่นกัน”

 

นั่นสิ

หลงรักได้ง่ายก็ย่อมตัดใจง่ายไม่ต่างกัน

 

ไม่มีสิ่งใดแตกต่าง

 

Amour

 

ฉากหลังคือภูเขาลูกใหญ่พาดยาวไปสุดลูกหูลูกตา โดยมีแสงแดดอาบไล้จนทิวไม้สีเขียวเปล่งประกายคล้ายถูก

เคลือบไว้ด้วยทองคำเลอค่า เบื้องหน้ามีเสียงธารน้ำใสไหลกระทบหินที่พอมองลงไปก็พบกับฝูงมัจฉาหลากสี

แหวกว่ายหยอกเย้ากันอย่างน่าเอ็นดู เสียงนกร้อง เสียงแมลงบินตอมเกสรดอกไม้จากดอกหนึ่งไปอีกดอกหนึ่ง

ช่างน่ารักน่าชัง ธรรมชาติรอบกายรังสรรค์ได้อย่างลงตัว

หากเขาซึ่งยืนชื่นชมความงามอยู่ ณ ตรงนี้คือพระเอกในหนังสือภาพที่มักอ่านตอนเด็กๆ ป่านนี้ก็คงมีความสุขสม

หวังและมียอดดวงใจยืนเคียงคู่ร่วมชมดอกไม้เหล่านี้ไปด้วยกันจนแก่เฒ่า

 

ทว่าโลกความจริงช่างโหดร้าย

 

ชายหนุ่มที่ใช้ทั้งชีวิตทุ่มเท มอบความรัก และปกป้องเจ้าของหัวใจเพียงหนึ่งเดียว สุดท้ายกลับไม่ได้รับแม้เพียง

เศษเสี้ยวความสงสารจากหัวใจดวงน้อยของอีกฝ่าย ทั้งยังพานพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำตาอาบ

หน้า

ปาร์กยูฮวานยอดรักคืนดีกับเจ้าแม่ทัพที่หน้าตาไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากมายอย่างง่ายดาย อีกทั้งมีลางสังหรณ์ว่าการคืนดีในครานี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของใจสองดวงแน่นแฟ้นจนไม่อาจแยกจากกัน จึงเท่ากับว่าคนแอบรัก

ข้างเดียวเช่นเขาไม่อาจมีความหวังหลงเหลืออีกต่อไป เพราะขนาดก่อนหน้านี้ชิมชางมินทั้งปากหนักใจแข็งจน

คนตัวเล็กแทบหมดแรงตื้อแต่ก็ไม่ตัดใจ มาคราวนี้เจ้าแม่ทัพนั่นถึงกับยอมเอ่ยปากสารภาพรักออกมา

 

ไม่เหลือความหวังอะไรเลย

 

“โฮ...อ