[Fic] Amour : Amour XXXVIII (38)

posted on 02 Jan 2015 17:23 by yunjaekick

Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

 

 

Amour XXXVIII                                   

 

 

ชิมชางมินที่กำลังก้าวขาออกจากบ้าน บังเกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด เช้านี้ยังไม่มีข่าวเกี่ยว

กับสงครามอันใดส่งมาจากอีกฟากฝั่งของแผ่นดินก็จริง ทว่าความอึดอัดภายในอกช่างรุนแรงมากพอจะทำให้เขา

เผลอคิดฟุ้งซ่านไปหลายทาง หรือแท้จริงแล้วสถานการณ์เกี่ยวกับรัชทายาทยุนโฮอาจไม่ได้มีสิ่งใดร้ายแรงดัง

กังวลไปเอง หากแต่เรื่องที่ทำให้หัวใจดวงนี้ไปไหนไม่ถูกอาจเกี่ยวกับปาร์กยูฮวานซึ่งเขารีบไปขัดขวางการเดิน

ทางออกจากซออุลให้ทันท่วงทีก็เป็นได้

ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ต้องพานพบกับความสุขและการพลัดพรากอีกกี่ครั้งกี่ครา ทว่าเด็กประหลาดคนนั้น

ยังสามารถกระทำการทุกอย่างที่ส่งอิทธิพลเหนือความนึกคิดของเขาเสมอ คิดดูสิว่าก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายวิ่งตาม

และร้องขอความเมตตาจากเขาโดยไม่ย่อท้อ ปฏิบัติตนน่ารักสดใสจนทำให้เขาไม่อาจละสายตาและเหมือนเสพ

ติดเสียงหัวเราะเสนาะหูเข้าไปทุกที

หากแต่ตอนนี้เมื่ออยากวิ่งหนีจากเขาไปไกลแสนไกล ก็ลงมือทำอย่างเลือดเย็นยิ่งนัก เหตุนี้กระมังถึงทำให้จิตใจ

ของเขาว้าวุ่นอยู่ไม่สุขเอาเสียเลย ยิ่งพอหวนนึกถึงภาพใบหน้าเย็นชาแต่แฝงความเจ็บปวดอย่างสุดแสนยามพบ

เจอกันอีกครา ชิมชางมินก็รู้สึกว่าเป็นหัวใจของเขากำลังถูกเหยียบย่ำให้จมดิน

ดังนั้นหากอยากรั้งเจ้าของร่างหอมกรุ่นไว้เคียงกาย คงถึงเวลาแล้วที่แม่ทัพใหญ่แห่งซออุลจะปฏิวัติตัวเองกลาย

เป็นฝ่ายวิ่งไล่จับหัวใจดวงน้อยๆ นั้นไว้ ถ้าปาร์กยูฮวานปรารถนาจะหนีหน้าไปให้ไกลก็คงต้องถูกสั่งสอนให้

หลาบจำเสียบ้าง เพราะบุรุษอย่างชิมชางมินเมื่อถูกใครทำให้ใจหวั่นไหว คนผู้นั้นต้องรับผิดชอบชั่วชีวิต

“ท่านจะเข้าวังอย่างนั้นหรือ?”

 

กึก!

 

ฝ่าเท้าหนักแน่นมีอันต้องหยุดชะงัก เมื่อถูกน้ำเสียงคุ้นหูชุดรั้งไว้อย่างทันท่วงที ชิมชางมินเข้าใจได้ถึงจุดประสงค์

ของการมาเยือนจากสตรีผู้งดงามนี้ดีและเขาก็ไม่พอใจต่อการมาเยือนนี้เอาเสียเลย ผิดกับตอนที่มีปาร์กยูฮวานยืน

อยู่ตรงนี้พร้อมมอบรอยยิ้มกระจ่างตามาให้ แน่นอนถ้าแบบนั้นเขาถึงกับหัวใจพองโตอย่างน่าอาย

“ท่านตั้งใจขัดขวางการเดินทางกลับของคุณชายน้อยใช่หรือไม่?” เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบนางจึงเปิดปากและ

เค้นเอาความปรารถนาจากบุรุษตรงหน้าออกมาให้หมด

“ข้าปล่อยยูฮวานจากไปอีกไม่ได้ ท่านหญิงโปรดหลีกทางด้วย” หากนางต้องการรับฟังความจริง เขาก็พร้อม

แสดงความจริงใจเช่นกัน

“หึ!” นางผู้งดงามแสยะยิ้มออกมาคล้ายเย้ยหยันในโชคชะตาของตน “ทั้งที่ข้าอยู่ข้างกายท่านมาตลอดน่ะหรือ?”

 

กี่ปีมาแล้ว?

 

เป็นเวลายาวนานเท่าใดที่ในสายตาของนางไม่อาจมองเห็นชายอื่นนอกจากบุรุษเย็นชาตรงหน้า กี่ครั้งกี่หนที่มี

บุรุษรูปงามและแสนดีเข้ามาร้องขอความรักจากนาง ทว่าหัวใจดวงนี้ไม่อาจเปิดรับใครได้อีก เพราะนางมั่นคงต่อ

เขาถึงเพียงนี้ แล้วเหตุใดชิมชางมินจึงไม่เปิดใจรับความหวังดีจากนางบ้าง

“อาจเป็นการทำร้ายจิตใจท่านหญิงมากเกินไป หากแต่ข้าได้แสดงความชัดเจนทุกอย่างให้ท่านเห็นเสมอว่าข้าไม่

อาจมอบไมตรีต่อท่านได้จริงๆ ข้อนี้ท่านหญิงก็รู้ไม่ใช่หรือ?” ผ่านไปนานเพียงใดชิมชางมินก็คงความเป็นสุภาพ

บุรุษที่ไม่มีวันใช้วาจารุนแรงเชือดเฉือนนาง เพราะถึงแม้ไม่อาจมีใจรักตอบหากแต่อิมจินอาก็แสนดีต่อเขาจริงๆ

“แม้ยามที่ปาร์กยูฮวานกับท่านต้องห่างไกล ข้าก็ไม่อาจทำให้ใจท่านสั่นไหวได้เลยหรือ?”

“หากไม่รักตั้งแต่ต้น นานเพียงใดก็ไม่แปรเปลี่ยน”

“แต่ท่านก็ไม่ได้รักปาร์กยูฮวานแต่แรกเช่นกัน!”

เมื่อสามารถใช้คำว่า ‘รักแรกพบ’ มาเป็นข้ออ้าง เช่นนั้นสถานภาพของนางกับปาร์กยูฮวานก็ไม่แตกต่างกันตรง

ไหน อีกทั้งด้วยความเป็นคู่หมายที่พระพันปีวางไว้ตั้งแต่ต้น นางย่อมมีสิทธิ์ได้ครอบครองตัวเขามากกว่าเจ้าเด็ก

ไม่รู้จักโตนั่นอยู่แล้ว

 

หัวใจของชิมชางมินช่างไม่ยุติธรรม!

 

“บางที...ข้าอาจตกหลุมรักรอยยิ้มนั้นแต่แรกก็ได้”

ภาพเหตุการณ์ขณะได้พบกันในคราแรกกลางอุทยานตำหนักรัชทายาท ภาพใบหน้าสวยหวานที่เอาแต่มองจ้อง

เขาด้วยสายตาพร่ำเพ้อ น้ำเสียงอ่อนหวานรื่นหูที่เรียกเขาว่า ‘ท่านเนื้อคู่’ ส่งผลให้หัวใจของชิมชางมินเต้นรัวเร็ว

และกระหายรีบไปพบหน้าเจ้าของความทรงจำงดงามนั้นโดยเร็ว

 

อดทนรอมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

 

“ขอโทษที่เสียมารยาท แต่ข้าต้องไปแล้วจริงๆ ท่านหญิง”

เจ้าของร่างสูงสง่าไม่รีรอต่อการบอกปัดอีกฝ่ายอย่างสุภาพ ก่อนเดินเลี่ยงไปจากบริเวณนั้นดังตั้งใจไว้แต่ต้นเสียที

หากปล่อยเวลาเลยผ่านโดยไร้ประโยชน์คงไม่เป็นผลดีต่อการงอนง้อคนแสนงอนมากนัก เผลอๆ เป็นโพอึนเจที่

รีบพายอดดวงใจกลับชอลลาเพื่อหนีเขาก็ได้

 

ฟึบ!

 

หากแต่ช่วงขายาวมีอันต้องหยุดการเคลื่อนไหวลง เมื่อรู้สึกว่าร่างกายของตนถูกกอดรัดไว้ด้วยอ้อมแขนนุ่มละมุน

จากทางด้านหลัง ดูเหมือนว่าแขนเรียวจะยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ หากเขาออกแรงต่อต้านแม้เพียงเสี้ยวเดียว หลัง

จากนั้นจึงได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังชิดแผ่นหลังแกร่ง ราวกับนางได้หมดหนทางเหนี่ยวรั้งเขาไว้แล้วจริงๆ

“อย่าเดินหนีข้าเลยนะ...ได้โปรด”

ชิมชางมินทอดถอนใจออกมายาวนาน ไม่น่าเชื่อว่าท่านหญิงจินอาผู้งามสง่าและมักวางตนเชิดรั้นสูงส่งตั้งแต่เยาว์

วัยจนถึงเวลานี้ กลับสามารถหลั่งน้ำตาพร้อมอ้อนวอนไม่ให้เขาจากไปโดยไม่ห่วงศักดิ์ศรี ยอมรับว่าเขาเองก็

สงสารและเห็นใจนางมาตั้งแต่ต้น หากไม่เสมอไปกับคำกล่าวที่ว่าบุรุษมักพ่ายแพ้ให้แก่น้ำตาของอิสตรี

“ปล่อยมือเถิดท่านหญิง ยื้อเวลาไว้อย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด” แม่ทัพหนุ่มหาได้เอื้อมมือขึ้นไปแกะท่อนแขน

บอบบางออกด้วยตนเอง เพราะหวังเหลือเกินว่าสุดท้ายแล้วนางจะเป็นฝ่ายตัดใจพร้อมปล่อยมือจากเขาอย่าง

เต็มใจ

“ข้าไม่ปล่อยหรอก ข้าจะกอดท่านไว้แบบนี้จนเห็นใจกันไปเลย”

“ท่านหญิง...ข้าไม่อาจมีใจต่อสตรีที่ใช้วาจาเชือดเฉือนผู้อื่นจนปลิดชีวิตตนเอง แล้วยังสามารถยิ้มได้อย่างเป็นสุข

เช่นท่านหรอก”

อิมจินอาบังคับให้เขายกเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ขององค์หญิงฮันชิงขึ้นมาพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเรียวแขนที่มี

อาการกระตุกเกร็งเล็กน้อยยามได้ยินพระนามของฮันชิงก็ทำให้เขาแน่ใจว่าผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจละทิ้งโลก

ไปขององค์หญิงสูงศักดิ์ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสตรีที่กำลังกกกอดเขาไว้นี้เอง

“นางทนรับความจริงว่ากลายเป็นคนพ่ายแพ้ไม่ได้เอง เรื่องการตายของนางไม่เกี่ยวกับข้าสักนิด!”

“วาจาอันโหดร้ายย่อมมีอานุภาพยิ่งกว่าคมหอกคำดาบใดทั้งนั้น”

“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด!”

เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคในครานั้น ‘เชลยศึกผู้ต่ำต้อย’ ‘น่าอับอาย’ ‘หญิงบ้า’ นางสามารถเอ่ยได้เป็นปกติอยู่แล้ว

ขณะนั้นนอกจากฮันชิงแสดงความคลุ้มคลั่งอยากกระโจนออกจากคุกมาบีบคอนางให้ตายกับมือ ก็ไม่มีเหตุการณ์

ใดบังเกิดขึ้นอีก ดังนั้นการผูกคอตายของสตรีจองหองย่อมไม่เกี่ยวกับนางแม้แต่น้อย

 

นางไม่ได้ยืนผ้าผืนนั้นให้สักหน่อย!

 

“ท่านยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างไม่ได้”

“ท่านหญิงจินอา...” เสียงทุ้มไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดกับนางในประเด็นขององค์หญิงฮันชิงอีก เพราะอิมจิ

นอาได้รับการศึกษาที่สูงและฉลาดมากพอในการเข้าใจได้ว่าคำพูดของนางเป็นต้นเหตุให้ผ้ารัดเอวกลายเป็นดาบ

คมกริบได้ดียิ่งกว่าสิ่งใด

“เห็นใจข้าบ้างหรือไม่?”

“ยังมีบุรุษที่คู่ควรอีกมากมายรอให้ท่านเลือก ดังนั้นอย่าปักใจกับความว่างเปล่าเช่นข้าเลย”

“ข้าไม่รักใครอื่นนอกจากเจ้า ชั่วชีวิตข้าภักดีต่อเจ้าเท่านั้น ได้โปรดอย่าผลักไสข้าเลย”

แปลกที่แม้หยาดน้ำตากำลังไหลอาบดวงพักตร์งามเลิศล้ำเพราะเจ็บปวดจากการร้องขอความรักจากตน ทว่าชิม

ชางมินกลับไม่ได้ไขว้เขวหรือใจอ่อนต่อนางแม้ชั่วเวลาเดียว

“นับจากนี้หากท่านเจ็บปวดจนทนไม่ไหวเพราะถูกข้าปฏิเสธ ท่านก็สามารถกลับแผ่นดินจีนเพื่อรับใช้กษัตริย์ฉีได้”

“...”

ไม่ว่าใช้เหตุผลใดมากล่าวก็ไม่อาจทำให้อ้อมแขนนั้นคลายลงจากกายแกร่ง ทว่าคงมีเพียงข้อเสนอแนะสุดท้ายที่

สามารถทำให้เรียวแขนงามเลื่อนตกไปอยู่ข้างกายของนางอย่างไร้เรี่ยวแรง ถือเป็นอีกครั้งที่ชิมชางมินหันกลับไป

มองสบดวงเนตรที่กำลังเบิกโพลง