[Fic] Amour : Amour XXXVI (36)

posted on 19 Dec 2014 16:09 by yunjaekick

Title: Amour

Author: YunJaeKick

Paring: YunJae, YooSu, MinRic, SongJoongKi x YooAhIn

Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi

Rate: PG-13, NC-18

NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”

ขอบคุณค่ะ

Amour XXXVI

 

 

สองวันให้หลังนับจากฮันเกิงยกทัพบุกประชิดชอลลา ด้านวังหลวงซออุลได้มีการต้อนรับเหล่าทหารผู้กล้ากลับ

คืนสู่อ้อมอกอย่างสมเกียรติ แม่ทัพชิมชางมินนำขบวนทัพกลับเข้าวังหลวงมาพร้อมกับทัพพันธมิตรแห่งอุลซานที่

มีรัชทายาทจูอาอินบัญชาการอยู่ แม้จำนวนคนที่ร่วมออกทัพไปด้วยในคราแรกจะเหลือกลับมาในจำนวนที่ลดลง

อย่างเห็นได้ชัด หากแต่ภายใต้หยาดน้ำตาของคนในครอบครัวยังเปี่ยมไปด้วยร้อยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่อย่าง

น้อยบุตรชายหรือสามีของพวกเขาได้สละชีพเพื่อแผ่นดินอย่างกล้าหาญ เพียงเท่านี้ความสูญเสียและการจากลา

จึงไม่ใช่ความทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตอีกต่อไป

 

แว่วว่าสองจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่นำตัวเชลยศึกกลับมาด้วย

 

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้จำนวนผู้มารอรับขบวนทัพแน่นหนาขึ้นถนัดตา อาจเพราะความโกรธแค้นต่อศัตรูที่ทำให้

บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายและมีแต่ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ในมือของพวกเขาจึงพร้อมทั้งก้อนหิน ท่อนไม้หรือ

อาวุธที่สามารถทำร้ายคนให้บาดเจ็บเจียนตายได้ ด้วยหวังว่าพอกรงขังที่มีตัวเชลยศึกอยู่เคลื่อนผ่านมาจะได้รุม

ประชาทัณฑ์ให้สมกับความแค้นสุมแน่นเต็มอก

แด่การที่ต้องสูญเสียพระพันปี แด่การประชวรหนักของฝ่าบาท แด่องค์รัชทายาทที่ต้องสูญเสียพระคู่หมั้น และ

องค์ชายน้อยที่ถูกขับออกจากซออุลอย่างน่าสงสาร

 

ต้องเอาคืนอย่างสาสม!

 

หากแต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ไม่มีโอกาสได้ทำตามความปรารถนา เมื่อขบวนทัพที่เดินทางกลับมานั้นนอกจาก

มีท่านแม่ทัพชิมกับองค์ชายอาอินงามสง่าบนหลังอาชา นำหน้าทหารกล้ากับผู้ได้รับบาดเจ็บกลับมาแล้วนั้น

กลายเป็นว่าองค์หญิงฮันชิงเชลยศึกที่สมควรถูกจองจำด้วยโซ่ตรวจแล้วถูกประณามหยามเหยียดอยู่ในกรงขัง

กลับได้รับการรับรองอยู่ในรถม้าแสนสบายอย่างมีเกียรติ

 

แม่ทัพชิมเป็นสุภาพบุรุษเกินไปหรือไม่?

 

คำครหาเหล่านี้ใช่ว่าคนที่ยังควบอาชาแกร่งมุ่งหน้าเข้าประตูวังหลวงจะไม่ได้ยินหรือไม่ใส่ใจ หากแต่ชิมชางมิน

ไม่รู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้คือการสร้างภาพเป็นบุรุษจิตใจสูงส่งตรงไหน เพราะเขาได้ปรึกษาหารือกับองค์ชายอา

อินถึงวิธีนำตัวองค์หญิงกลับมาคุมขังที่ซออุล ล้วนมีความเห็นตรงกันว่าไม่สมควรปล่อยให้นางซึ่งกำลังบอบช้ำ

ทางจิตใจจนแทบบ้า ต้องถูกชาวบ้านรุมทำร้ายอย่างน่าเวทนาอีก ถึงแม้ก่อนหน้านี้หรือตอนนี้เองนางมีจิตริษยา

และโกรธแค้นพวกเขามากเพียงใด สุดท้ายการให้นางรอคอยอยู่ในคุกหลวงซออุลเพื่อฟังข่าวความพ่ายแพ้ของ

ฮันเกิงในอนาคต คงเป็นบทลงโทษขั้นแรกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

เมื่อขบวนเดินทางก้าวสู่เขตวังหลวงอย่างแท้จริง จึงทำให้เสียงสบถด่าเชลยศึกจากจีนถูกความเงียบกลืนหายไว้

หลังประตูวัง พร้อมปรากฏขบวนต้อนรับการกลับบ้านจากเหล่าขุนนางน้อยใหญ่รวมถึงข้าทาสบริวารทั้งหลาย

อย่างอบอุ่น เสียงโห่ร้องสรรเสริญนักรบผู้กล้าดังกระหึ่มไม่ขาดสาย ส่งผลให้ความเหนื่อยล้าถูกบรรเทาลงจน

กลายเป็นรอยยิ้มเปี่ยมสุข ชิมชางมินและจูอาอินควบคุมตัวฮันชิงตรงไปเข้าเฝ้าพระราชาที่กำลังรอคอยอยู่ในท้อง

พระโรงหลวง โดยปล่อยให้เหล่าทหารใต้บัญชาได้พักผ่อนและดื่มกินอย่างมีความสุข

พระตำหนักคยองกุนยังคงความสงบราวกับบุรุษเงียบขรึมไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่เล็กจนโตชิมชางมินวิ่งเข้า

ออกตำหนักกลางราวกับเป็นบ้านหลังที่สองจนรู้สึกคุ้นใจไปเสียทุกส่วน หลายคนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท

หรือแม้แต่ยามประชุมราชการกับพระราชามักมีความตื่นกลัวต่อการนั่งอยู่ในที่แห่งนี้ ทว่าสำหรับชิมชางมินแล้วไม่

ว่าต้องเดินทางไปต่างถิ่นนานหลายวันมากเพียงใดก็ยังโหยหาการกลับสู่สถานที่ของนายเหนือหัวอยู่เสมอ

ไม่ผิดจากที่คิดเมื่อพระเจ้ายุนจงประทับรออยู่บนบัลลังก์มังกรอย่างสง่างามพร้อมแย้มพระสรวลให้ผู้กล้าอย่างเป็น

กันเอง และยังคงเป็นพระราชาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม เพราะแม้องค์หญิงฮันชิงศัตรูตัวร้ายถูกคุมตัวเข้ามาก

ลางท้องพระโรงหลวงโดยไม่ยอมคุกเข่ายอมจำนนทั้งยังเชิดดวงพักตร์ใส่อย่างทะนงตน พระราชากลับไม่ได้มี

โทสะหรือแสดงออกถึงความเกรี้ยวกราดเลยแม้แต่น้อย

 

ตรงกันข้ามกลับทอดพระเนตรตอบอย่างมีเมตตา

 

“แม่ทัพชิมทำความดีความชอบใหญ่หลวงนัก ข้ายินดีที่เห็นพวกเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย”

“ศึกครั้งนี้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอุลซานและชอลลา กระหม่อมคงแย่ไปแล้วเช่นกัน” ต่อให้เป็นแม่ทัพ

ใหญ่ผู้บัญชาการรบทุกขั้นตอน ทว่าชิมชางมินก็รู้สึกขอบคุณบรรดามิตรแท้ที่ไม่เคยทอดทิ้งกันในยามลำบาก คำ

สรรเสริญทั้งหมดสมควรได้รับส่วนแบ่งที่เท่าเทียมกันอย่างไม่มีข้อสงสัย

“ลำบากรัชทายาทอันดับสองแห่งอุลซานจริงๆ ข้าซาบซึ้งในความกล้าหาญของเจ้ายิ่งนัก” พระราชารักเอ็นดูองค์

ชายอาอินเหมือนลูกหลานแท้ๆ เนื่องจากเป็นสหายกับเจ้าแห่งอุลซานมาอย่างยาวนาน ศึกครั้งนี้ใช่ว่าพระองค์จะ

เฝ้ารออยู่ข้างหลังอย่างวางใจไปเสียทุกเรื่อง เพราะต้องคอยห่วงความปลอดภัยของเหล่าโอรสในสหายรักที่

ทุ่มเทชีวิตปกป้องซออุลโดยไร้ความขลาด

“เสด็จพ่อรวมถึงชาวอุลซานทุกคนเต็มใจยืนเคียงข้างซออุลทั้งในยามทุกข์และสุขพะย่ะค่ะ” แม้อ่อนล้าจากการ

ต่อสู้มาหลายวัน ทว่าบนดวงพักตร์หล่อเหลายังปรากฏรอยยิ้มขี้เล่นให้คนมองได้อุ่นใจเสมอ “ส่วนเชลยศึกที่เรา

นำกลับมาด้วยนี้จะให้คุมขังไว้ที่ใด ฝ่าบาทโปรดตัดสินพระทัยเถิด”

“ไม่นึกว่าพอเจอกันอีกครากลับต้องกลายเป็นศัตรู ช่างน่าเสียดายองค์หญิงฮันชิงผู้อ่อนหวานคนนั้นเหลือเกิน”

พระเจ้ายุนจงตรัสกับสตรีที่ยืนเชิดดวงพักตร์อยู่ด้านหน้าอย่างพระทัยเย็น หากแต่องค์หญิงฮันชิงที่เอาแต่ปิดปาก

เงียบมาตลอดการเดินทางไม่ยอมสนทนาตอบ ราวกับว่าได้สูญเสียความสามารถในการพูดไปเสียสิ้น

“เจ้าไม่อยากพูดกับข้าก็ไม่เป็นไร แต่ซออุลคงให้การรับรองที่สุขสบายเหมือนก่อนไม่ได้ เพราะฐานะของเจ้าได้

เปลี่ยนไปแล้ว”

“ข้าคือองค์หญิงฮังชิงผู้สูงศักดิ์ของแผ่นดินจีน ไม่อาจมีสิ่งใดมาลบล้างได้!” สุรเสียงที่เคยฟังแล้วทั้งหวานและรื่น

หู บัดนี้กลับแหบแห้งและแข็งกร้าวได้เอ่ยประโยคแรกกับเจ้าแผ่นดินศัตรู โดยเปี่ยมไปด้วยทิฐิที่ไม่มีวันก้มหัวให้

ใครนอกจากพระบิดาของนาง

“เจ้าคือผู้แพ้ ยอมรับความจริงเสียเถิด”

“บทสรุปยังมาไม่ถึง แล้วแน่ใจได้อย่างไร?”

“นับแต่พวกเจ้าคิดเริ่มแผนการทั้งหมดนี้ ย่อมล่วงรู้บทสรุปอยู่แล้ว”

“หึ! น่าหัวเราะ” ดวงเนตรกลมโตจ้องนิ่งอยู่บนพระพักตร์ พร้อมเหยียดยิ้มราวกับคนเสียสติ

 

กำลังบอกว่าพวกนางแพ้แม้ยังไม่ได้เริ่มเช่นนั้นหรือ?

มั่นใจจนน่าขัน

 

“หากผลสุดท้ายเป็นศีรษะองค์รัชทายาทแห่งซออุลถูกส่งกลับมา...อย่าขาดใจตายแทบเท้าข้าแล้วกัน!”

“บังอาจ!” ขณะที่พระเจ้ายุนจงยังคงนิ่งสงบได้อย่างน่าประหลาด กลับเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งซออุลที่บันดาลโทสะ

เนื่องจากทนให้ใครหยามเกียรตินายเหนือหัวเช่นนี้ไม่ได้

“ปล่อยวางเถิดแม่ทัพชิม” เจ้าแผ่นดินปรามคนในปกครองอย่างพระทัยเย็น “นางน่าสงสารออกเช่นนี้”

ลุ่มหลงมัวเมาอยู่ในอำนาจ ทั้งที่พระบิดาของนางได้ปกครองแคว้นอันยิ่งใหญ่และไม่เคยตกอยู่ในอำนาจของใคร

แท้ๆ สุดท้ายสตรีผู้งดงามและสูงศักดิ์ต้องกลายเป็นคนเสียสติเพราะความไม่รู้จักพอ

“น่าสงสาร? เจ้าไม่คู่ควรมาสงสารข้า! ฮันชิง...คนอย่างฮันชิงไม่สมควรถูกคนอย่างเจ้าสงสาร!”

“คุมตัวนางไว้ในคุกหลวง รอจนกว่าข่าวจากชอลลามาถึง”

“พะย่ะค่ะ!”

ยามได้ทอดพระเนตรชิมชางมินคุมตัวสตรีผู้คลุ้มคลั่งออกไปจากท้องพระโรงอันรโหฐาน พระเจ้ายุนจงไม่แน่

พระทัยด้วยซ้ำว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นองค์หญิงสูงศักดิ์จากแผ่นดินจีนประทั