[SF] The Love Literature 1/2

posted on 26 Jan 2011 00:43 by yunjaekick
 
110126
 
 

Title : [SF] The Love Literature

Author : YunJaeKick

Main character : Chung YunHo ft. Kim JaeJung

Special thanks : Park YuChun, Shim ChangMin and Kim JunSu

Genre: AU, Period, Romance, Yaoi

Rate : PG-15,NC-18

 

Special Gift for Yunho & JaeJung’s Birthday 2011

 

 

 

Prologue

 

 

 

เมืองฮันยาง อาณาจักรโชซอน ปลายฤดูหนาว

 

อาณาบริเวณที่พำนักของท่านราชเลขาคิมแจซุกถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ส่งผลให้ทัศนียภาพอันงดงามของสวนดอกไม้นานาชนิดที่คุณชายใหญ่โปรดปรานต้องถูกความหนาวเหน็บบดบังไปเสียหมด ราชเลขาคิมเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมคุณธรรมและจงรักภักดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขารับใช้ใต้ฝ่าพระบาทขององค์ราชามาแล้วถึงสองรัชสมัย บัดนี้ราชาองค์ใหม่เพิ่งขึ้นครองราชย์จึงถือว่าคิมแจซุกได้ดำรงตำแหน่งราชเลขายาวนานถึงสามรัชสมัยเลยทีเดียว ท่านราชเลขามีบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่หนึ่งคน นามว่า คิมแจจุง ร่ำลือว่าตัวคุณชายใหญ่แม้เกิดมาเป็นบุรุษ หากแต่อุปนิสัยอีกทั้งรูปโฉมนั้นช่างงดงามปานนางฟ้านางสวรรค์จนทำให้สตรีบางนางไม่กล้ายกความงามของตนขึ้นมาเปรียบ

 

เพียงเพื่อรอยยิ้มเดียว

 

จะให้แลกด้วยทองคำพันชั่ง บุรุษทั่วหล้าก็ยอม

 

จึงไม่แปลกที่ท่านราชเลขาคิมจะทั้งรักและหวงบุตรชายคนนี้เสียยิ่งกว่าไข่ในหิน ทั้งไม่ยอมให้คิมแจจุงออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าน ไม่ยอมให้พวกเห็บหมัดเข้ามายุ่งย่ามบุตรสุดที่รักเป็นอันขาด

ฝ่ายคุณชายใหญ่ก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งท่านพ่อทั้งรัก ทั้งหวงและตามใจมากเท่าใด คิมแจจุงก็ยิ่งดื้อรั้น ซุกซน และเอาแต่ใจมากเท่านั้น

 

ตึก ตึก ตึก!

 

เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของใครบางคนดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากห้องโถงใหญ่ซึ่งราชเลขาคิมกำลังพำนักอยู่มากนัก บรรดาบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่บริเวณทางเดินต่างพากันหดหัวทำตัวให้ลีบเล็กมากที่สุด เพราะเกรงว่าหากไปขวางหูขวางตาร่างบางเจ้าของความเร่งรีบนั้นเข้า มีหวังว่าคุณชายใหญ่ได้บันดาลโทสะใส่ไม่ยั้งเป็นแน่

 

คิมแจจุงในชุดฮันบกสีแดงเลือดนกกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังห้องโถงใหญ่ของผู้เป็นบิดา ใบหน้าขาวผ่องที่มักแต่งแต้มไปด้วยความงามเย็นใจ บัดนี้กลับบูดบึ้งผสมปนไปกับลูกแก้วสีนิลที่บัดนี้แดงก่ำคล้ายจะร้องไห้ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกับลูกเชอรี่ถูกเจ้าของกัดเม้มเข้าด้วยกันจนห้อเลือด

 

วันนี้บ้านตระกูลคิมระเบิดลงตั้งแต่เช้า!

 

“ข้าไม่เข้าวัง! แล้วก็ไม่ยอมถวายตัวให้แก่ปีศาจกระหายเลือดตนนั้นเด็ดขาด เป็นตายร้ายดีอย่างไรข้าก็ไม่ยอมนะท่านพ่อ!”      ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ เสียงหวานก็โพล่งใส่ผู้เป็นบิดาด้วยความเกรี้ยวกราด มือบางกำไว้ด้วยกันแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ผิดกับผู้เป็นบิดาที่ยังคงนั่งจิบน้ำชาด้วยความสบายใจ ดูไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ราวกับคาดเดาเหตุการณ์ออกอยู่แล้ว

“ฝ่าบาท...เรียกเขาว่าฝ่าบาท ถ้าเกิดว่าใครมาได้ยินเจ้าเรียกเขาว่าปีศาจกระหายเลือด รับรองว่าเราคงถูกตัดหัวทั้งบ้าน”                               เสียงแหบพร่าของคิมแจซุกเอ่ยปรามบุตรชายอย่างใจเย็น หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง แม้ว่าเขาจะเป็นถึงขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ใช่ว่าพระราชาจะทรงไว้ชีวิตให้ง่ายๆ

“กระหายสงคราม สั่งประหารคนโดยไม่กระพริบตา ได้ยินว่าแม้แต่พระอัยยิกายังทรงเกรงกลัวหลานตัวเอง เป็นเช่นนี้ไม่ให้เรียกว่าปีศาจกระหายเลือดได้อย่างไร”                  ใบหน้าเรียวเล็กเชิดขึ้นอย่างถือตน ไม่รู้ไม่ชี้ถึงความเหมาะสมใดๆทั้งสิ้น

“จะอย่างไรก็ทรงเป็นถึงเจ้าแผ่นดิน ทุกวันนี้ที่บ้านเมืองเราคงอยู่ด้วยความเข้มแข็งก็ไม่ใช่เพราะพระเจ้าชองยุนหรอกหรือ?เ”

 

ใช่

 

พระเจ้าชองยุน หรือชองยุนโฮจากตระกูลชอง องค์ราชาหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งราชวงศ์โชซอน ทรงมีรูปโฉมตรึงใจราวกับรูปสลักน้ำแข็ง วรกายมังกรสูงใหญ่องอาจสมกับเป็นชายชาตินักรบ หลังจากขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา ก็ได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งความตาย” เนื่องจากอุปนิสัยที่เย็นชาและโหดเหี้ยม หากไม่พอใจสิ่งใดก็มักหยิบยื่นความตายเป็นการตอบแทน ขุนนางหลายคนที่ถูกสั่งประหารเพียงเพราะกระทำเรื่องผิดพลาดต่อบ้านเมืองแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม นางสนมจำนวนมากที่ถูกตัดศีรษะเพียงเพราะทำตนให้ไม่พอพระทัย ทั่วทุกฝ่ายในวังหลวงล้วนธำรงอยู่ด้วยความอกสั่นขวัญแขวน เพราะถ้าก้าวพราดเพียงครึ่งก้าวก็หมายถึงความตายแล้วนั่นเอง

 

 

ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงเป็นที่รักของประชาชน

 

ไม่มีการคดโกง ไม่มีการถูกข่มเหงจากขุนนาง ไม่มีการเรียกเก็บภาษีเกินความจำเป็น ไม่เคยให้ความแห้งแล้งและภัยน้ำท่วมเกิดขึ้นนานเพราะจะได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ทรงไม่มีวันปล่อยให้ราษฎรต้องอดตาย

 

ทั้งยังเป็นราชาเพียงองค์เดียวที่กระหายการนำทัพด้วยตนเองอย่างที่สุด

 

“จะอย่างไรก็ช่าง ข้าไม่ยอมเข้าวัง ไม่ยอมเป็นสนมของพระราชาองค์นี้เด็ดขาด!”                   เสียงหวานยื่นคำขาด พยายามคิดว่านี่เป็นเพียงแค่ความฝัน จู่ๆท่านพ่อก็มาบอกว่าพระเจ้าชองยุนประสงค์ให้เข้าวังเพื่อถวายตัวทั้งที่ไม่เคยมีโอกาสพบเจอกันเลยสักครั้ง

 

น่าขัน!

ช่างน่าขันสิ้นดี!

 

“ไม่ได้เป็นแค่สนม แต่ทรงรับสั่งให้เจ้า...รับตำแหน่งพระมเหสี”                             นี่สิ ถึงเรียกว่าน่าขันของจริง ราชเลขาคิมยกน้ำชาขึ้นจิบอึกใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ให้คิดแล้วคิดอีกอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าฝ่าบาทมาต้องตาต้องใจบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนได้อย่างไร จำได้ว่าตนไม่เคยพาแจจุงเข้าวังและฝ่าบาทก็ไม่เคยเสด็จมายังบ้านตระกูลคิมเลยสักครั้ง

 

Flashback

 

“อ่ะ...เอ่อ...แต่...แต่ว่าฝ่าบาท...คือ...”                   ทันทีที่ได้ฟังพระประสงค์ของมังกรหนุ่ม ราชเลขาคิมก็ถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก ในใจก็พยายามคิดหาเหตุผลมาปฏิเสธ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าคิมแจจุงเป็นดั่งดวงใจของตน หากแต่ด้วยฝีปากที่คมดั่งกรรไกรของบุตรชาย กลัวว่าพอเข้าวังวันแรกก็จะทำให้ทรงกริ้วจนมีรับสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรเสียมากกว่า

 

โธ่....เลี้ยงดูมาราวคุณหนู แล้วเหตุใดลูกชายของเขาถึงได้ปากคอเลาะร้ายดั่งหญิงชาวบ้านไปเสียได้

 

“หรือเจ้าคิดปฏิเสธ?”            สุรเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจรับสั่งถามด้วยความเย็นชา ในดวงเนตรพยัคฆ์ที่ตวัดจ้องใบหน้าของท่านว่าที่พ่อตาแฝงไว้ด้วยเงาของมัจจุราชอย่างชัดเจน

 

รู้กันดีว่าพระเจ้าชองยุนไม่โปรดการถูกปฏิเสธ

 

“ก่ะ...กระหม่อนไม่กล้า”                    คิมแจซุกกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เป็นครั้งแรกที่ขุนนางผู้ภักดีและรับใช้ใกล้ชิดฝ่าพระบาทถึงกับอยากร้องไห้ต่อหน้าพระพักตร์

 

ไม่น่าหวงลูกจนเกินไป รู้อย่างนี้ให้แต่งเข้าบ้านอื่นไปเสียก่อนจะได้ไม่ต้องมานั่งลำบากใจอยู่แบบนี้

 

“ดี”           มุมพระโอษฐ์ยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายพึงพอใจเป็นที่สุด ซึ่งคิมแจซุกกลับมองเห็นแค่ว่าเป็นรอยยิ้มของปีศาจร้ายอยู่ดี     “กลับไปรอราชโองการที่บ้าน แล้วบอกลูกของเจ้าเตรียมตัวไว้ให้ดี”

 

Flashcome

 

“ข้า...ไม่...เป็น!”                   สะบัดหน้าหนีไม่พอ ยังยกแขนเรียวขึ้นกอดอก ต่อให้ตายก็ไม่ทำ

“พ่อรู้ว่าเจ้าฝืนใจมากแค่ไหน แต่เจ้าก็รู้ดีว่าการขัดใจฝ่าบาทนั้นจุดจบของคนตระกูลคิมรวมทั้งบ่าวในบ้านจะเป็นอย่างไร”                      ถูกตัดหัวเสียบประจานคือคำตอบเดียวเท่านั้น

“แต่ข้ามีคนรักอยู่แล้ว จะอย่างไรข้าก็ไม่เข้าวังนะท่านพ่อ”                        ใช่  มีคนรักอยู่แล้วและเป็นคนเดียวที่ต้องการแต่งงานด้วย

“หากว่าหมายถึงคุณชายสกุลปาร์ก พ่อว่าเจ้าเตรียมตัวเข้าวังยังจะง่ายกว่า”                             ผู้สูงวัยส่ายหน้าระอา  ไม่ได้เยาะเย้ยความรักยิ่งใหญ่ของลูก หากแต่ถามหน่อยเถิดว่า...คุณชายปาร์กยูชอนรู้ตัวหรือยังว่าได้กลายเป็นคนรักของคิมแจจุงไปเสียแล้ว

“ท่านพ่ออ๊ะ!”                       ร่างบางสะดีดสะดิ้งจนผู้เป็นพ่อนึกหมั่นไส้ ในสายตาชายอื่นนี่อาจเป็นท่าทางน่ารัก น่ามอง คงรีบเข้ามากกกอดเอาใจ หากแต่คิมแจซุกกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย

“นายท่าน นายท่าน! แม่ทัพชิมนำราชโองการมาแล้วเจ้าค่ะ”                     น้ำเสียงตื่นตระหนกของสาวใช้คนสนิทดังขัดจังหวะสงครามน้ำลายระหว่างพ่อลูกตระกูลคิม และทันทีที่รู้ว่าบัญชาสวรรค์กำลังมาถึงประตูบ้านกลับมีเพียงคิมแจซุกเท่านั้นที่รู้สึกว่าหลังศีรษะช่างเย็นเยียบ ผิดกับบุตรชายที่ยังกอดอกนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้

“คิมแจซุก คิมแจจุง รับราชโองการ”                ทันทีที่ปรากฏร่างสูงใหญ่ของท่านแม่ทัพคนสนิทในองค์ราชา ห้องทั้งห้องก็กลับเข้าสู่ภาวะเงียบงันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ใบหน้าหล่อเหลาเหลือบมองใบหน้างดงามที่ยังคงบึ้งตึง

ด้วยความหมายที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะขานเรียกให้สองพ่อลูกรับราชโองการ

“กระห