[Fic] Amour : VII
posted on 26 Jan 2012 18:10 by yunjaekickTitle: Amour
Author: YunJaeKick
Paring: YunJae, YooSu, MinRic
Genre: AU, Period, Drama, Romance, Mpreg, Yaoi
Rate: PG-13, NC-18
NOTE: ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นฟิค “ชายรักชาย” และ “ผู้ชายท้องได้” ทุกอย่างจึงเป็นไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ หากว่าคุณรับไม่ได้กรุณากด “ปิด”
ขอบคุณค่ะ
Amour VII
นานมากแล้วที่ปล่อยให้องค์ชายแจจุงระเห็จระเหินไปอยู่ต่างแคว้นเพียงลำพัง เวลานี้จึงเป็นโอกาสเหมาะที่แม่
ทัพปาร์กกับน้องชายตัวแสบต้องเดินทางไปยังแคว้นซออุลเพื่อคอยอยู่ใกล้ชิด ปกป้องและรับใช้องค์ชายจอมยุ่ง
เสียที
รุ่งสางของวันที่มีเมฆหมอกและไอเย็นปกคลุมทัศนียภาพรอบกายคือกำหนดการที่พวกเขาสองพี่น้องต้องออก
เดินทางมุ่งหน้าลงไปทางใต้เพื่อเข้าสู่แคว้นซออุลให้ได้เร็วที่สุด อย่างน้อยการออกเดินทางแต่เช้าก็ทำให้
สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางได้อีกมาก และนั่นก็แสดงว่าปาร์กยูฮวานจะได้เข้าเฝ้าองค์ชายรองอันเป็นที่รัก
ได้อย่างทันใจด้วยนั่นเอง เพราะนอกเหนือจากการได้จากบ้านเกิดเมืองนอนไปให้เร็วที่สุดเพื่อพบหน้านายเหนือ
หัวแล้ว ยูฮวานยังอยากที่จะหนีใครบางคนไปให้ไกลแสนไกลอีกด้วย
โพอึนเจ!
“ฮือๆ เจ้าจะจากข้าไปจริงหรือยูฮวาน?” จริงอยู่ที่เป็นเช้าอากาศเย็นสบาย ทว่าด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญราวกับ
มิใช่บุตรชายของหัวหน้ากองปราบ อีกทั้งท่าทางเสียใจจะเป็นจะตายที่ต้องเห็นคู่หมั้นสดๆ ร้อนๆ ลาจากกันไป
ไกลของโพอึนเจนั้นสามารถทำให้ปาร์กยูฮวานไม่คิดอาลัยอาวรณ์บ้านเกิดเมืองนอนเลยแม้แต่น้อย
“หยุดร้องไห้ฟูมฟายเสียที เจ้ากำลังทำให้ข้ารู้สึกอับอาย!” ทั้งอับอาย ทั้งขายหน้า และอยากกลั้นใจตายเสียตรง
นี้ และเมื่อหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายก็ไม่เห็นว่าแม่ทัพปาร์กจะมีท่าทีอื่นใดนอกจากวางตนนิ่งเฉยเท่า
นั้น
ท่านพี่คิดดีแล้วหรือที่จะให้บุรุษอ่อนแอผู้นี้มาเป็นน้องเขย?
“โธ่...ยูฮวาน ทั้งที่เราเพิ่งหมั้นหมาย เหตุใดเจ้าต้องจากข้าไปไกลด้วยเล่า” ท่าทางโพอึนเจยังไม่ยอมล่าถอย
กลับไปง่ายๆ ยิ่งทำให้ปาร์กยูฮวานบัลดาลโทสะมากขึ้นเป็นเท่าตัว
“ระหว่างข้ากับเจ้าไม่มีพิธีหมั้นหมายอะไรทั้งสิ้นและต่อให้ข้าตายก็ไม่ยอมแต่งกับมนุษย์ไฝยักษ์อย่างเจ้าหรอก!”
อดทนอดกลั้นมานานจนขอระเบิดก่อนจาก คิดเสมอว่าโพอึนเจน่ารำคาญมาตั้งแต่ยังเด็ก ทว่าพอโตขึ้นแล้วถูก
ยัดเยียดให้เป็นคู่หมั้นกับเขา ยูฮวานก็คิดว่าบุรุษผู้นี้ยังสามารถทำตัวน่ารำคาญได้อีกเป็นร้อยเท่าพันเท่าเลยที
เดียว
“เจ้าช่างใจร้ายต่อข้านัก ฮึก...ฮือ...” พอถูกต่อว่าเข้าหน่อยก็บ่อน้ำตาแตกอยู่เรื่อย หรือว่าปาร์กยูฮวานควรกลั้นใจ
ตายลงไปตรงนี้จริงๆ จะได้หมดเวรหมดกรรมกันเสียที
“พอ! หยุด! เลิกทำตัวอ่อนแอเสียที” มือเรียวเล็กยกขึ้นห้ามอย่างเหลืออด เพราะถ้าหากว่าโพอึนเจยังทำตัวงอแง
ไม่ยอมหยุด เขาก็คงต้องก่อการฆาตกรรมต่อหน้าพระพักตร์องค์รัชทายาทโดยไม่กลัวบทลงโทษแล้วจริงๆ
“ฮ่าๆ มนุษย์ไฝยักษ์...เจ้าก็ช่างใจร้ายต่อโพอึนเจมากเสียจริง” เป็นพระสุรเสียงจากองค์รัชทายาทคิมจุนโฮที่รับ
สั่งอย่างพระทัยเบิกบานเป็นที่สุด ทั้งที่เสด็จมาส่งแม่ทัพปาร์กและน้องชายเดินทางไปแดนไกลแท้ๆ แต่พระองค์
ก็ยังทรงเห็นทุกเรื่องสนุกสนานไปเสียหมด
“รัชทายาททรงเอาแต่ล้อยูฮวานอยู่ได้ ดูสิเพคะ เจ้าตัวเล็กทำท่าจะร้องไห้ตามอึนเจไปด้วยอีกคนแล้ว” น้ำเสียง
หวานหูของพระชายาคิมจีฮยอนในองค์รัชทายาทรับสั่งปรามพระสวามีอย่างอดสงสารยูฮวานไม่ได้ เพราะนางก็รู้
อยู่เต็มอกว่ายูฮวานไม่อยากหมั้นกับบุรุษผู้นี้มากแค่ไหน
“เอาเถิดๆ ข้าไม่ล้อยูฮวานแล้วก็ได้” หญิงเดียวที่สามารถห้ามปรามองค์ชายใหญ่ได้ก็คงมีเพียงคิมจีฮยอนก็เท่า
นั้น “ต่อจากนี้ข้าขอพูดจริงจังกับเจ้าแล้วนะ ยูฮวาน” เอาใจพระชายาอันเป็นที่รักเสร็จก็หันกลับมาวางมาดจริงจัง
ต่อร่างบางจนคนมองอดทำตัวเป็นทางการไปด้วยไม่ได้
“พอเจ้าไปถึงแคว้นซออุลก็ให้รีบเป็นสื่อกลางสมานรอยร้าวระหว่างองค์ชายยุนโฮกับเด็กน้อยให้สำเร็จ ไม่เช่น
นั้นข้าที่อยู่ทางนี้จะรีบจัดงานแต่งระหว่างเจ้ากับโพอึนเจไว้ทันที ฮ่าๆๆ” มาดจริงจังหายวับไปในพริบตา มีก็แต่
เพียงเสียงพระสรวลที่ดังก้องแถมยังหลิ่วดวงเนตรล้อเลียนยูฮวานให้เจ็บช้ำน้ำใจเล่นอีกด้วย
“รัชทายาทอ่ะ!” คนตัวเล็กลืมตัวกระทืบเท้าเร่าๆ อย่างเด็กที่ถูกล้อ แต่ก็ไม่สามารถต่อกรใดๆ ได้เนื่องจากว่าคน
สร้างเรื่องเป็นถึงองค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง “ท่านพี่ยูชอนเองก็หยุดหัวเราะข้าได้แล้วนะ!” หันไปตะหวาดพี่
ชายตัวเองเสียงแหลม เมื่อเห็นว่าแม่ทัพปาร์กผู้วางตัวสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด บัดนี้กลับยิ้มขันไปกับท่าทาง
ของผู้เป็นน้องชายอย่างไม่เก็บอาการ
“คิดภาพเจ้าแต่งกับโพอึนเจแล้ว พี่ก็อดยิ้มภูมิใจไม่ได้จริงๆ” เสียงทุ้มรีบหาข้อแก้ตัวทันที ทว่านี่กลับเป็นข้ออ้าง
ที่ฟังแล้วไม่ได้ทำให้อารมณ์ดีขึ้นเลยสักนิด
“ท่านพี่อ่ะ...เง้อ...” องค์ชายแจจุงของยูฮวานช่วยด้วย ยูฮวานของพระองค์กำลังโดนรุมรังแกใหญ่แล้ว
“ตกลงๆ พี่ไม่ยิ้มแล้วก็ได้” เมื่อเห็นใบหน้าขาวใสนั้นซับสีแดงเรื่ออย่างคนที่มีทั้งโทสะพุ่งสูงและน้อยใจอย่างสุด
แสน ปาร์กยูชอนก็ขอถอยทัพกลับมาเป็นนายทหารที่สงบนิ่งต่อไป “กระหม่อมกับน้องชายคงต้องทูลลาเสียที
เพราะนี่ก็สายมากแล้ว” แม่ทัพหนุ่มหันกลับไปกราบทูลต่อองค์รัชทายาทที่เป็นทั้งสหายสนิทและนายเหนือหัว
ตลอดมา
“อืม พวกเจ้าช่วยดูแลตัวเองด้วย หากไปถึงแล้วก็ส่งข่าวกลับมาทางนี้บ้าง” รัชทายาทจุนโฮมีท่าทีอาลัยอาวรณ์
ต่อสองพี่น้องตระกูลปาร์กอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นว่ายูฮวานที่คอยเป็นตัวป่วนอยู่กับองค์ชายแจจุงกำลังจะตามนายตัว
เองไปด้วยอีกคน ก็สามารถทำให้พระทัยหายได้มากเช่นกัน
วังหลวงแคว้นชอลลาคงเงียบและน่าเบื่อไปอีกนาน
ไม่แน่ว่าอาจ...ตลอดกาลเลยก็ได้
“บอกเด็กน้อยด้วยว่าข้าคิดถึง และเมื่อถึงพิธีฉลองวันประสูติของมเหสีซูฮวาข้าจะรีบตามไปเยี่ยมเขาทันที”
“กระหม่อมจะไม่ลืมกราบทูลต่อองค์ชายอย่างแน่นอน” ปาร์กยูชอนรับคำสั่งอย่างแข็งขันก่อนที่ร่างสูงจะขึ้นบน
หลังอาชาแกร่งเตรียมออกเดินทางอันยาวนานเสียที
“ยังมีอีกสิ่งที่ข้าอยากกำชับเจ้าก่อนจากกันในวันนี้...” คล้ายกับว่ารัชทายาทจุนโฮยังไม่อาจคลายความกังวล
หากยังไม่ได้รับสั่งอีกสิ่งที่ค้างคาอยู่ออกไป “ขอให้แม่ทัพกล้าเช่นเจ้าดูแลทั้งสุขภาพตัวเองและหัวใจให้แข็ง
แกร่งดุจหินผาไม่ผุกร่อน เพราะเมื่อไปถึงที่นั่นมีทั้งคนที่เรากล้าเผชิญหน้าและไม่แกร่งพอจะเผชิญหน้ารอเจ้าอยู่
อีกมาก” เป็นรับสั่งที่แฝงไว้ด้วยปริศนาซึ่งเข้าใจกันแต่เพียงสองคนก็เท่านั้น
“กระหม่อมก็หวังว่าจะแกร่งพอ...” มีบางเรื่องที่แม้แต่แม่ทัพผู้เจนสนามรบก็ยังไม่อาจให้ความแน่ใจได้เช่นกัน
ว่าเราจะไม่หวั่นไหว หากได้พบเจอกันอีกครา
Amour
โดยปกติแล้วตลอดทางเดินที่มุ่งหน้าไปสู่พระตำหนักชุงกุนอันเป็นที่ประทับขององค์รัชทายาทชองยุนโฮมัก
เงียบสงบ ไร้การเคลื่อนไหวที่วุ่นวายของเหล่าข้าราชบริพาลจนคล้ายกับว่าเป็นเขตของสุสานบรรพชนก็ไม่ปาน
หากแต่ในเวลานี้หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผย คนหน้าแตกที่เคยคาดโทษคนที่ไม่ยอมปริปากบอกสักคำว่าเป็น
ถึงทายาทมังกรผู้ยิ่งใหญ่จึงทำได้แค่เดินไล่หลังอีกฝ่ายไปติดๆ แถมยังส่งเสียงโวยวายแสดงถึงความไม่พอใจที่
ถูกหักหน้า ซึ่งเป็นสิ่งไม่เคยเกิดขึ้นในเขตวังหลวงแคว้นซออุลมาก่อน เล่นเอาผู้เล็กผู้น้อยที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็
กลัวมังกรหนุ่มจะบัลดาลโทสะใส่คนตัวเล็กจนใครก็ห้ามไม่อยู่เสียเหลือเกิน
“เอาแต่เงียบอยู่ได้ ไม่มีปากพูดหรือไงถึงได้ช่างปกปิดนัก!” สุรเสียงหวานหูเอ่ยประชดประชันพร้อมใช้สายพระ
เนตรมองคาดโทษอย่างไม่เป็นมิตรและไม่พอพระทัยพระคู่หมั้นเป็นที่สุด
รัชทายาทยุนโฮยังคงเอาแต่เสด็จมุ่งตรงไปยังพระตำหนักอันเป็นที่ประทับด้วยจังหวะที่มั่นคง และนิ่งสงบราวกับ
ไม่ได้มีอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งไล่ตามหลังมาติดๆ ซึ่งท่าทางเย่อหยิ่งและไว้ตัวเช่นนี้ยิ่งทำให้คิมแจจุงรู้สึกเกลียด ขนาด
ว่าตอนยังไม่พบหน้าก็เกลียดมากแล้ว พอมาเจอก็ยิ่งไม่ชอบขึ้นไปอีก
ต่อให้งามสง่าปานเทพบุตรก็เถิด!
“ถูกมองเป็นเพียงนายทหารด้อยศักดิ์แต่ก็ยังไม่ปฏิเสธ คงคิดว่าตัวเองมีจิตใจที่วิเศษณ์มากสิท่า” ก็ได้ยินได้ฟัง
มาเสมอว่าองค์รัชทายาทชองยุนโฮแห่งแคว้นที่ยิ่งใหญ่นี้ช่างโหดเหี้ยมนัก ซึ่งหากว่าถูกเขาหยามเกียรติเช่นนั้น
เป็นต้องบัลดาลโทสะ สั่งลงโทษเขาไปแล้ว หากแต่ที่ยังวางท่าทางนิ่งเฉยใส่ นี่คงเพราะอยากมาหักหน้ากันเอา
ตอนทิ่อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งหลายแทนสินะ
ช่างร้ายเกินกว่าที่คิดไว้นัก!
“ข้ารู้หรอกว่าท่านสร้างภาพเก่ง” ทำเป็นพูดลอยๆ แต่แท้ที่จริงแล้วตั้งใจพูดกระทบคนที่วางมาดเฉยชาอยู่นั่น
เอง
ตุบ!
“อ๊ะ! หยุดเดินทำไมเล่า” ก็รู้อยู่ว่าเขาเดินตามมาติดๆ ยังจงใจหยุดเดินกะทันหันให้จมูกเชิดรั้นชนเข้ากับแผ่น
หลังแกร่ง จนคนตัวเล็กต้องยกมือขึ้นถูไปมาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ เวลานี้คิมแจจุงมีสภาพไม่ต่างจากลูกแมว
น้อยที่เพิ่งร้องไห้เพราะไม่ได้ดั่งใจ จมูกขึ้นสีแดงเรื่อจนน่าเอ็นดูเหลือเกิน
หากแต่ในดวงเนตรพยัคฆ์ที่จ้องตอบมานั้นกลับไม่ได้ฉายแววแห่งความปรานีไว้แม้แต่น้อย ทั้งที่เป็นฝ่ายทำให้
คิมแจจุงรู้สึกเจ็บ ท่าทางเฉยชาที่แสดงออกมานั้นสามารถทำให้องค์ชายรองจอมวุ่นไม่กล้าแม้แต่จะงอแงเลยที
เดียว
ทำเป็นเข้มไปได้...ชริ!
“ข้าไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในเขตตำหนักของข้า” สุรเสียงแข็งกระด้างรับสั่งกับพระคู่หมั้นราวกับต้องการเตือน
ว่าไม่ควรล่วงล้ำเข้ามาอีกแม้แต่เพียงก้าวเดียว
“หึ!” แทนที่สติสัมปชัญญะควรสั่งให้สำนึกได้แล้วล่าถอยจากไปเสีย หากแต่ร่างบางกลับก้าวพรวดๆ เข้าไปภาย
ในพระตำหนักชุงกุนอันเงียบสงบอย่างไม่นึกกลัว “สิ่งใดที่ท่านเกลียด ข้ากลับชอบนัก” การที่ไม่ชอบให้ใครมา
วุ่นวาย แน่นอนว่าคิมแจจุงจะปฏิบัติให้ตรงข้ามทุกอย่าง คอยดู!
องค์รัชทายาทผู้เกรียงไกรทอดพระเนตรตามแผ่นหลังบอบบางที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะเสวยน้ำชานั้นราว
กับเป็นบ้านของตนเองโดยไร้ซึ่งการต่อว่าใดๆ แต่ทรงทำเพียงแค่เสด็จตามเข้าไปอย่างเงียบสงบก็เท่านั้น
“ท่านต้องขอโทษข้าก่อนแล้วข้าจะยอมกลับออกไป” ร่างบางยื่นข้อเสนอที่ยากจะมีมนุษย์ผู้ใดในใต้หล้ากล้า
กระทำอย่างอุกอาจ ใบหน้างดงามขาวผ่องกำลังจ้องมองไปทางคนที่สูงกว่าอย่างหาเรื่อง และแน่นอนว่าคิมแจจุ
งต้องการเพียงคำขอโทษที่กล้าทำให้เขาเสียหน้าในดินแดนแคว้นซออุลตั้งแต่วันแรกก็เท่านั้น
“รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าต้องการ...” เจ้าของน้ำเสียงนุ่มทุ้มรับสั่งขึ้นพร้อมทั้งก้าวเดินเข้ามาหาร่างเล็กซึ่งนั่งอยู่อย่าง
รวดเร็ว “...เป็นสิ่งที่คนอย่างข้าไม่คิดมอบให้ใคร!”
ฟึบ!
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ลำแขนแข็งแกร่งก็จับยึดเอาที่พำนักแขนไว้อย่างมั่นคง เพื่อเป็นการกักกันร่างหอมกรุ่นให้อยู่
แต่เพียงในเขตของอ้อมแขนก็เท่านั้น
เวลานี้ชุดทรงสีดำปักลวดลายมังกรตัดกับชุดทรงสีขาวปักลวดลายหงส์ฟ้าช่างเป็นภาพที่ดูแตกต่างแต่ลงตัวยิ่ง
นัก
“อย่านึกว่าข้าจะกลัวท่าน” ทั้งที่ข้างในอกกำลังประหม่าเพราะไม่เคยชิดใกล้บุรุษใดมากเท่านี้มาก่อน กลิ่นกาย
สมชายชาตรีที่แสนเย่อหยิ่งและดุร้ายนี้ทำให้ลมหายใจขององค์ชายรองจากชอลลาติดขัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“แต่เจ้ากำลังตื่นกลัว...เห็นได้ชัดจากแววตาของเจ้า” มือเรียวแกร่งเชยคางมนขึ้นเพื่อให้ระดับสายพระเนตรของ
ทั้งสองสบกันได้อย่างไม่มีคลาดเคลื่อน ริมฝีปากได้รูปที่เคยเหยียดตรงบัดนี้กลับกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันที่
เห็นว่าคนอวดเก่งมีแววแห่งความตระหนกแฝงอยู่ไม่น้อย
ใครบ้างในใต้หล้าที่ไม่กลัวเกรงต่อชองยุนโฮ?
“ยอมรับเสียเถิดว่าคนอย่างเจ้าห่างไกลจากการต่อกรกับข้านัก” เพียงแค่ถูกสายตาของเขาตรึงนิ่งอยู่เช่นนี้ คิม
แจจุงก็ไปไหนไม่รอดเสียแล้ว
“ข้า เกลียด ท่าน!” เค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก เพราะเวลานี้รู้สึกโกรธเกลียดที่ถูกเย้ยหยันจนหน้ามืด
เหตุใดคนอย่างคิมแจจุงต้องยอมแพ้ให้แก่คนอย่างชองยุนโฮด้วยเล่า
“ข้าเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน” เชื่อได้เลยว่าบุรุษอย่างชองยุนโฮ นอกจากเย็นชาและโหดเหี้ยมแล้ว ยังไม่เคยรู้สึก
สะท้านต่อคำด่าใดๆ “ข้าไม่คิดอยากรักและหวงแหนเจ้าเหมือนอย่างที่เจ้าคุยโวโอ้อวดไว้ที่ชายแดนเลยแม้แต่
น้อย”
อีกแล้ว ล้อเลียนกันอีกแล้ว!
“ถ้าเช่นนั้นก็สัญญาสิว่าจะไม่รักข้า” หากว่าเกลียดกันนัก ก็ขอให้กล้าสาบานออกมาตอนนี้เลย “ท่านจะไม่มีวัน
หลงรักข้า สาบานสิ อึก!...” ปลายเสียงปรากฏแววแห่งความทรมานจากการหายใจติดขัด เมื่อพระหัตถ์แกร่งของ
อีกฝ่ายออกแรงบีบลำคอระหงส์คล้ายต้องการทำลายให้แหลกลงไปเป็นผุยผงเสียตรงนี้
“ป่ะ...ปล่อย!” ร่างเล็กพยายามออกแรงต้าน ทว่าด้วยแรงอันน้อยนิดจึงไม่สามารถเอาชนะความบ้าอำนาจของ
บุรุษผู้นี้ได้เลย
“ช่างไม่กลัวตายที่กล้าขอให้ข้าสาบานต่อเจ้า” เห็นคนอวดดีดิ้นเร่าคล้ายกำลังจะตาย มือแกร่งจึง
คลายออกอย่างปรานี เพราะหากว่าเป็นคนอื่นบัดนี้คงสิ้นใจตายคามือเขาไปแล้ว
“แฮ่กๆ ท่านมันบ้า!” ใบหน้าเรียวงามขึ้นสีแดงเผือดเพราะความเหนื่อยหอบและโทสะที่ยิ่งพุ่งสูง อยากจะเอาคืน
คนผู้นี้ให้สาสมนัก
“หากวันใดข้าพ่ายแพ้เกิดหลงรักเจ้าหัวปักหัวปำ ข้าต้องเจอต่อสิ่งใดเล่า?” มือที่อยู่ไม่สุขซึ่งเกือบทำให้ลม
หายใจของใครคนหนึ่งขาดหายไป บัดนี้เปลี่ยนเป้าหมายมายังเส้นเกศาสีดำขลับและนุ่มสลวยแทน
ชองยุนโฮยกปอยผมของคนอวดดีขึ้นดอมดมอย่างไร้ยางอายที่สุด!
“ท่านต้องคุกเข่าลงต่อหน้าข้า ขอโทษข้า อ้อนวอนให้ข้ายกโทษและรักท่านตอบ!” และถ้าหากว่าสามารถทำได้
ในเวลานี้ คิมแจจุงก็ขอลงมือเด็ดขั้วหัวใจของมังกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งด้วยตนเองอย่างไม่ขอปรานี
“ฟังดูน่าสนุกดี” ปลายจมูกโด่งงามดอมดมไล่เรื่อยตั้งแต่เส้นเกศาหอมละมุนมาจนถึงปรางแก้มขาวเนียนที่กำลัง
สุกปลั่งเพราะไฟโทสะ แม้ยังไม่ได้ฝังกดลงไปอย่างอุกอาจ ทว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ในระยะใกล้ชิดเกิน
เหตุนั้นยิ่งทำให้คนถูกแกล้งวางตัวไม่ถูก พยายามเชิดหน้าใส่อย่างทระนงตนก็เท่านั้น
ลมหายใจอุ่นร้อนยิ่งนานก็ยิ่งเคลื่อนเข้าใกล้ริมฝีปากอิ่มสีแดงหวานขึ้นเรื่อยๆ
อย่างน่าหวั่นใจ…
หากแต่อย่างน้อยในหัวใจของคิมแจจุงก็หวังอยู่บ้างว่าคนที่เป็นถึงรัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่ คงไม่คิดหยาบคายถึงขั้น
ฉกชิงเอาจุมพิตแรกจากคนที่มีศักดิ์เป็นถึงเชื้อพระวงศ์จากต่างแคว้นไปเช่นกัน แม้ด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้ก็น่า
กลัวอยู่ไม่น้อย
“แล้ววันใดกลับเป็นเจ้าที่ตกหลุมรักข้าเสียเองเล่า?” คล้ายกับคาดเดาความคิดของร่างบางที่กำลังตัวสั่นน้อยๆ
ออก เพราะชองยุนโฮผละริมฝีปากได้รูปของตนออกห่างจากใบหน้าของอีกฝ่ายในระยะที่ปลอดภัยทางกายมาก
พอ แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยทางใจอยู่ดี “เจ้าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร?” ท่าทางมั่นใจเหลือเกินว่าคิมแจจุ
งต้องเป็นฝ่ายตกหลุมรักเขาก่อนอย่างแน่นอน
“ข้ายินดีทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ!” ให้คำมั่นด้วยเกียรติ์และศักดิ์ทั้งหมดที่มี เพราะคิมแจจุงเองก็มั่นใจเช่นกัน
ว่าไม่มีวันหลงรักบุรุษหยาบช้าผู้นี้ก่อนเป็นแน่
“ถ้าเช่นนั้นจงฟังคำข้าไว้ให้ดี คิมแจจุง” ฟังและจดจำเอาไว้ให้มั่น ให้ฝังลึกลงไปถึงในหัวใจและห้วงคำนึงของ
เจ้า “หากวันใดเจ้าหลงรักข้า ก็จงอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก...จงเร้นกายหายไปตลอดกาล” เป็นคำสั่งที่ฟังดูไม่
ต่างจากคำตัดสินของยมทูตที่มารับดวงวิญญาณของเราไปในวันสิ้นชีพ
ได้สิ!
หากว่าท่านต้องการให้เป็นเช่นนั้น
“ข้าคิดจะไปจากดินแดนแห่งนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เพราะข้าหลงรักท่านเป็นแน่!” คนกล้าแกร่งเช่นคิมแจจุงก็ไม่ยอม
เสียเปรียบง่ายๆ เช่นกัน
“ดี! แต่ก่อนหน้านั้น ก่อนที่เจ้าต้องเร้นกายจากไป...” พระหัตถ์แกร่งยังคงเชยคางมนขึ้น เพื่อเป็นการบังคับให้
เจ้าของตั้งใจยอมรับคำสั่งแต่โดยดี ดวงเนตรพยัคฆ์ทำเพียงจ้องมองให้ลึกลงไปยังลูกแก้วสีนิลคู่งามก็สามารถ
ตรึงสติและความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายไว้ได้ “จงมอบกายให้แก่ข้า บำเรอข้า จนกว่าข้าจะเบื่อแล้ว...จะไปไหนก็
เชิญ!”
เอาแต่ใจ ก้าวร้าวด้วยคำพูดยังไม่พอ ใบหน้าคมยังฉกวูบลงมาเพื่อช่วงชิงเอาความหอมหวานของจุมพิตแรกไว้
เป็นมัดจำอย่างหยาบคาย เร่าร้อน และรุนแรง
สิ่งหนึ่งที่ได้รู้เพิ่มก็คือ ต่อให้มีเรี่ยวแรงมหาศาลมากแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานกำลังหยาบช้าของบุรุษผู้นี้ได้เลย
จริงๆ
“อื้อ!...ชองยุนโฮ...คนเลว!”
หนึ่งในสิ่งล้ำค่าที่สุดคือจุมพิตแรกอันอ่อนหวานและไร้เดียงสาของหงส์ฟ้าที่งามสุดในแผ่นดิน
ทว่า...
เขาได้ครอบครองมันไปแล้ว
“เจ้ามีฐานะเป็นคู่หมั้นของข้า ดังนั้นร่างกายของเจ้าจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
จำเอาไว้
คิมแจจุง!
Amour
หากท่านได้เห็นน้ำตาของข้า ซึ่งปกติแล้วข้ามิอาจหลั่ง...
Amour
Amour VIII…coming soon^^
TALK : อย่าด่าอิหมีแรงนะ เค้าฉงฉานสามีของเมนอ่ะ 5555+ >,.<
: ตอนหน้า...ใครไม่รู้เจอเนื้อคู่ ฮิฮิ้ว ^^v
สุขสันต์วันเกิด อิจวง ><

