[SF] HBD…Kim JunSu
posted on 15 Dec 2009 13:23 by yunjaekick
Title: [SF] HBD…Kim JunSu
Author: YunJaeKick
Rate: General
Special for DBSK’s Junsu 23th birthday 091215 ^^
“เฮ้! พี่ยุนโฮมานั่งทำหน้ามุ่ยอะไรตรงนี้อ่ะ” ผมเอ่ยทักหัวหน้าวงคนเก่งที่กำลังนั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่คนเดียวด้วยน้ำเสียงสดใสตามสไตล์โลมาถลาคลื่นของตัวเอง และดูเหมือนว่าพี่ยุนโฮจะอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของผม
ก็แน่แหละน้า...เสียงคนหล่อก็มักจะเยียวยาหัวใจที่เหงาได้ดีแบบนี้แหละ อิยะฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า...^0^
“มีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อยอ่ะ” พี่ยุนโฮตอบมาสั้นๆแค่นั้น เอ...แล้วพี่กำลังกลุ้มเรื่องอะไรอยู่ล่ะ หรือจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดบิวท์ของพวกเรา โอ้! ม่ายยยยยยยยยย
“เฮ้ย! ไม่ใช่เรื่องที่นายคิดหรอกน่า...ฉันกลุ้มเรื่องส่วนตัวต่างหาก” พี่ยุนโฮรีบปฏิเสธความคิดเลวร้ายของผม
“แล้วพี่มีปัญหาอะไรล่ะ บอกผมได้นะ” ทันทีที่ผมเสนอตัวรับฟังปัญหาของพี่ชาย ก็เหมือนกับจะรู้สึกไปเองว่าพี่ยุนโฮเผลอมองหน้าผมด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก
คนอย่างคิมจุนซูไม่เคยจริงจังได้ในสายตาของพี่เลยใช่ไหม ชริ ชริ
“พี่ยุนโฮอ๊ะ” งอนๆๆๆๆๆๆๆ...งอนจริงๆนะเนี่ย
“โอ๋ๆ จุนซู ไม่งอนนะ...พี่แค่กลุ้มใจเรื่องไม่มีที่พักระหว่างฝึกหัดก็เท่านั้นเอง เงินเก็บก็เริ่มจะหมดแล้วด้วย” จริงสินะ พี่ยุนโฮต้องเดินทางไปกลับโซลกับกวางจูทุกวัน แบบนี้ก็ต้องใช้เงินไปเยอะเลยเนอะ
“โธ่ ไม่เห็นจะยากเลยพี่ยุนโฮ...ห้องนอนของผมออกจะกว้างขวาง พี่สามารถนอนเล่น นั่งเล่น หรือเล่นบอลในห้องกับผมได้อย่างสบายเลยล่ะ อิยะฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”
“ให้พี่ไปอยู่กับนายได้จริงๆเหรอจุนซู” พี่ยุนโฮทั้งตกใจและยินดีที่ผมเอ่ยออกไปแบบนั้น ฮู้ยยยย ก็จริงน่ะสิพี่ชาย คุณหนูคิมซะอย่างมีน้ำใจประเสริฐอยู่แล้ว โฮ๊ะๆๆ
มิตรภาพระหว่างผมกับพี่ยุนโฮกำลังงอกงามจนฉุดไม่อยู่ อิยะฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า
“นี่นายคิดล่อลวงยุนโฮหรือไง...คิมจุนซู” เสียงของนางฟ้าที่ยังไงก็เป็นนางมารในสายตาของผมดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เรียกเอาขนที่แขนบอบบางของผมแทบลุกซู่ขึ้นในทันที
พี่แจจุง ผู้ชายที่อ่านใจผมออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“คิดทำดีกับยุนโฮ จนหัวหน้าวงยอมตามใจทุกอย่างแล้วฉันจะกลัวนายสินะ คิมจุนซู...แผนสูงนะแก”
“ม่ะ...ไม่ใช่สักหน่อย ผมก็แค่ไม่อยากให้พี่ยุนโฮเหนื่อยจนเสียสุขภาพก็เท่านั้นเอง”
“แหม....ช่างแสนดีจริงจริ๊ง” พี่แจจุงเดินเข้ามาเอ่ยคำชมต่อผมในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นกิมจิที่พี่แกเพิ่งโซ้ยมาเต็มเหนี่ยว
เอ่อ...ทำแบบนี้ผมก็หิวสิครับพี่แจจุง
“ชริ พี่อิจฉาผมใช่ไหมล่ะที่จะได้พี่ยุนโฮไปนอนกอดอ่ะ ฮิยะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”
“เชิญดีใจไปคนเดียวเถอะ ไอ้โลมาขึ้นอืด คอยดูนะ...ต่อให้ยุนโฮจะเข้าข้างหรือเอาใจนายมากแค่ไหน ฉันก็ไม่เลิกแกล้งนายหรอก แต่จะแกล้งให้หนักขึ้นไปอีก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” น่าเกลียด หัวเราะได้น่าเกลียดที่สุด เชอะๆ
“พวกพี่เลิกทะเลาะกันสักทีได้ไหม...ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง” เสียงของชิมชางมินน้องเล็ก(แค่อายุ)ของพวกเราดังขัดจังหวะสงครามระหว่างผมกับคิมผู้พี่ขึ้นมา ขอโทษนะชางมิน พี่ก็ลืมสังเกตไปว่านายนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยอีกคน
“คนอื่น? หมายถึงใครอ่ะชางมิน” นอกจากพวกเราสี่คนแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีใครหน้าไหนเพิ่มเข้ามาอีก ชางมินทำปากบุ้ยใบ้ไปทางประตูห้องชวนให้พวกเราหันกลับไปมองได้อย่างชะงัด
“หวะ...หวัดดีครับ” ผู้ชายหัวเถิก หน้าไก่ ปากห้อย แต่ว่าหล่อโครตพ่อโครตแม่คนหนึ่ง ส่งเสียงทักทายพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงแววตื่นตระหนกมาให้แก่พวกเรา
ใคร?
พวกเราสามคนมองหน้ากันไปมาเพื่อหวังจะได้รับคำตอบในคำถามสั้นๆนั้น คงมีก็แต่พี่ยุนโฮเท่านั้นที่ดูไม่สงสัยใคร่รู้อะไรเลย หัวหน้าวงของเราลุกจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปหาพ่อหนุ่มหน้าละอ่อนท่าทางอินเตอร์คนนั้นทันที
“ยูชอนใช่มั้ย...มา เข้ามารู้จักกับเพื่อนร่วมวงก่อนสิ” เพื่อนร่วมวง?
“พวกนายตั้งใจฟังให้ดีนะ...นี่คือปาร์กยูชอน สมาชิกคนที่ 5 ของทงบังชินกิ เขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกา ยังไงก็แนะนำเขาด้วยนะ”
สมาชิกใหม่ = น้องใหม่ = ถูกแกล้ง = คิมจุนซูหลุดพ้นจากคิมแจจุง
อิยะฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ลอยตัวแล้วเรา วินาทีนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าเรื่องนี้เลยจริงๆ
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ยูชอนท่าทางนอบน้อมถ่อมตนและน่าจะเป็นที่พึ่งของผมได้เหมือนกัน
“มาๆๆ ยูชอน มานั่งตรงนี้ดีกว่า...นายมาจากเมืองนอกจริงๆเหรอ เจ๋งสุดๆไปเลย” และทันทีที่ผมกำลังจะเข้าไปประกบปาร์กยูชอน พี่แจจุงก็ชิงตัดหน้าผมไปเสียก่อน ทั้งๆที่ปกติแล้วตัวเองชอบทำตัวหยิ่งกับเด็กใหม่จะตายไป ชริ
แต่เราคงเข้ากันได้ดีนะยูชอน
ช่องว่างของทงบังชินกิถูกเติมเต็มก็เพราะนาย >//<
.
.
.
เมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านไปจนเผยให้เห็นธาตุแท้
“ปาร์กยูชอน! นายต้องปกป้องฉันสิ แล้วทำไมนายถึงไปร่วมมือกับพี่แจจุงแกล้งฉันล่ะ” ฮือ...ปาร์กยูชอน คิมแจจุง ใจร้ายยยยยยยยยย TT^TT
(แต่งไม่ทันจริงๆ) ที่เหลือไปจิ้นต่อเอาเอง ไรท์เตอร์ต้องรีบไปสอบ กร๊ากกกก
..................................................................................................................
15 ธันวาคม 2009
วันนี้เป็นวันเกิดของผม และก็เป็นวันที่เหงามากที่สุดเหมือนกัน ผมจำได้ว่าวันเกิดเมื่อสองปีที่แล้วผมได้อยู่ฉลองกับสมาชิกทั้งสี่และแฟนๆชาวไทยในคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเรา
เป็นวันเกิดที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
แต่ปีนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ไม่มีคอนเสิร์ต ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีแคสสิโอเปีย และที่สำคัญไม่มีเพื่อนร่วมวงของผม
ไปไหน...หายไปไหนกันหมด
เป็นเพราะการที่ผม ยูชอน และพี่แจจุงยื่นฟ้องต่อบริษัท ทำให้ผมต้องสูญเสียอีกสองสมาชิกไปจริงๆหรือ
พี่ยุนโฮกับชางมิน คงจะโกรธเกลียดผมมากสินะ ต่อจากนี้ไปคงไม่มีคำว่าเราทั้ง 5 อีกแล้วใช่ไหม...
ผมเดินเข้าไปหยิบการ์ดสองใบจากพี่แจจุงและยูชอนที่เขียนส่งมาให้เพื่อเป็นการอวยพรวันเกิดแก่ผมเป็นรอบที่สิบ เพราะว่าผมเหงา ผมคิดถึงทงบังชินกิ ผมจึงต้องนั่งอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนี้
...ขอบคุณที่ตลอดมานายยอมให้ฉันแกล้งโดยไม่เคยโกรธหรือคิดเอาคืน อย่ากังวลไปเลยน่า อีกไม่นานเสียงระฆังแก้วของนายกับเสียงสวรรค์ของฉัน จะได้ขึ้นประชันกันในคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเราอีกแน่นอน
สุขสันต์วันเกินนะ จุนซู ฉันรักนายมากจริงๆ
...คิมแจจุง คนหล่อ 555+
...สุขสันต์วันเกิด เพื่อนรักที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน ขอบคุณสำหรับมิตรภาพงดงามที่นายมอบให้แก่ฉันมาโดยตลอด ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนาย ฉันเองก็จะเป็นไก่น้อยของนายตลอดไป คริ คริ
...ปาร์กยูชอนคนที่หล่อกว่าคิมแจจุง อิยะฮ่ะ ฮ่า ^^
แล้วอีกสองข้อความล่ะ หายไปไหน ทำไมปีนี้ถึงได้เงียบหายไปแบบนี้
Rrrrrrrr
เสียงข้อความเข้าดังลั่นมาจากมือถือของผม และแน่นอนว่าต้องรีบเปิดอ่านมันโดยทันที
หวังให้เป็นอย่างใจคิดเหลือเกิน
...นายอธิฐานขอให้พายุลูกนี้ผ่านพ้นไปเร็วๆใช่มั้ย จุนซู
พี่ขอให้นายสมหวัง เพราะพี่ก็หวังแบบนั้นเช่นกัน
รักนายเสมอ
...ทงบังชินกิ ยูโนว์ ยุนโฮ
ผมอ่านทวนข้อความนั้นอีกครั้งพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม ไม่รู้ว่าจะพูดออกมายังไง ความรู้สึกในตอนนี้เป็นแบบไหน ผมอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ
“พี่ก็แก่มากแล้วนะ ยังจะเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่อีกเหรอ ไม่ไหวเลยจริงๆ” เสียงทุ้มที่แสนจะคุ้นหูเสียงหนึ่งดังเรียกเอาสติของผมกลับคืนมา ผมจึงไม่รอช้าที่จะหันไปตามเสียงเรียกนั้นทันที
ชิมชางมิน ชองยุนโฮ คิมแจจุง และปาร์กยูชอน ยืนอยู่ตรงนั้น ทั้งสี่ชีวิตช่วยเติมเต็มให้ห้องนี้มีพร้อมไปด้วยสมาชิกทงบังชินกิอีกครั้ง
พระเจ้า...ผมไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม
“สุขสันต์วันเกิดนะ จุนซู” พี่ยุนโฮและชางมินพูดออกมาพร้อมกัน สั้นๆ แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความจริงใจ
“ฮือ...ขอบคุณ ขอบคุณทุกคน” รู้ว่าชางมินไม่ชอบให้ทำตัวขี้แย แต่ผมก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวจริงๆ
“เลิกร้องไห้แล้วมาฉลองกันเถอะ วันนี้ฉันลงมือทำอาหารมาเองเลยนะ จุนซู” พี่แจจุงพูดขึ้นพร้อมกับเดินถือถุงพะรุงพะรังเข้าไปในครัวพร้อมๆกับยูชอนที่รับหน้าที่ดูแลเค้กก้อนโต
“คราวนี้นายได้อ้วนฉุกว่าเดิมแน่” ไอ้หัวเถิกล้อเลียนผมแล้วก็เดินหายตามพี่แจจุงไป
ชริ ตัวเองก็ไม่ได้ต่างจากฉันแล้วน่า
“รู้ไหมจุนซู เวลาพี่ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของนายนี่มันเหงามากแค่ไหน” พี่ยุนโฮเดินอมยิ้มเข้ามาหาผม
“มิตรภาพของพวกเรามันเหนียวแน่นเกินกว่ามือที่สามคนไหนจะทำลายลงได้...จำเอาไว้นะคิมจุนซู”
“ผมรักพี่เสมอนะ พี่จุนซู”
ใช่
ผมจะจดจำเอาไว้ครับพี่ยุนโฮ...ชางมิน
.
.
.
The EnD.
................................................................................................................
Writer talk : อิผึ้งนี่ก็หน้าด้าน และก็กล้าแต่งโครตๆเลยเนอะ เนื้อเรื่องเวิ่นเว้อหาสาระใดๆมิได้เลย
ก็เค้าอยากอวยพรจุนจังแบบแปลกๆบ้างนี่นา...(แกมีสอบแล้วยังอ่านไม่เสร็จมิใช่หรือ กร๊ากกก หัวเราะทั้งน้ำตา)
เนื้อเรื่องอาจไม่สนุกนะฮับ (ตอนนี้ในสมองมีแต่เกลียว DNA พันกันวุ่นวายไปหมด เหอๆ) แต่ยังไงก็กลั่นกรองด้วยใจ ในขณะที่เวลาน้อยแบบนี้นะคะ
เอาเป็นว่า
สุขสันต์วันเกิดนะโลมาน้อยคิมจุนซู เค้าจะไม่อวยพรอะไรมากเพราะก็คงมีคนอวยพรให้เยอะอยู่แล้ว แค่ขอให้
...พรใดที่ประเสริฐจงเกิดกับคิมจุนซูก็แล้วกันเนอะ ^ ^
ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานระฆังแก้วดวงนี้ลงมาบนโลกมนุษย์
ขอบคุณป๊ากับม๊า ที่เลี้ยงดูพี่ชายกับพี่จุนโฮมาด้วยความรักและความเข้าใจ
ขอบคุณคิมแจที่คอยแกล้งน้อง เพื่อให้จุงจังได้รู้ซึ้งถึงความอดทน 555+
ขอบคุณยุนโฮที่คอยดูแล เป็นห่วงน้องชายคนนี้อยู่เสมอ
ขอบคุณมินมินที่ถึงแม้ไม่ได้แสดงออกว่ารักพี่จุนซู แต่แท้จริงทั้งรักและห่วงฮยองคนนี้สุดใจ
ขอบคุณปาร์กสำหรับมิตรภาพที่มอบให้แก่จุนซูซึ่งหาจากไหนไม่ได้อีกแล้วในโลกที่แสนวุ่นวายใบนี้
ขอบคุณรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของจุนจัง ที่ทำให้คำว่าความสุขนั้นมีความหมายมากกว่าที่เคย
และสุดท้าย ขอบคุณ พวกคุณทุกคนที่นั่งอ่านมาถึงตรงนี้...แคสสิโอเปีย...ทำไมต้องแคร์กับตัวเลขที่บ่งบอกว่าพี่น้องแคสของเราอย่างเป็นทางการมีไม่ถึง 8 แสนคนแล้ว
ทำไมต้องใส่ใจ ก็ในเมื่อ “คุณ” ในวันนั้นยังยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือ?
I live for this

And
I hope for this…
Credit: P’Chubee at TVXQ event thanks na ka >3<
ps. สำหรับ say I ตอนที่ 25 รอหน่อยนะฮับรีดเดอร์ที่รักทุกคน (สอบเสร็จวันที่ 20) >//< ความจริงผึ้งไม่ชอบดองฟิคนานๆแบบนี้หรอก เดี๋ยวรีดเดอร์จะต่อไม่ติด แต่การเรียนก็สำคัญเนอะ เทอมที่แล้วก็เกรดตกฮวบฮาบซะด้วย =..= ยังไงก็ช่วยรอแล้วก็เข้าใจผึ้งด้วยเนอะๆ
ร๊ากกกก คิมแจ >33<